
AMATA แนวโน้มสดใส
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาตได้จัดเวทีให้ 10 กองทุนที่ฮ่องกงพบบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2554 โดยมีผู้จัดการกองทุน 12 คน เข้าร่วมการประชุมเพื่อพบกับ
“วราภรณ์ วัชรานุเคราะห์” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการลงทุนของ AMATAการประชุมครั้งนี้นักลงทุนรู้สึกประทับใจกับแนวโน้มที่สดใสของยอดขายที่ดิน และกลยุทธ์ในการเพิ่มรายได้โดยเฉพาะจากธุรกิจไฟฟ้า นอกจากนี้ AMATA ยังได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของธุรกิจของ AMATA ที่เวียดนาม
AMATA ประสบความสำเร็จในการขายที่ดิน 1,295 ไร่ เมื่อปีที่ผ่านมา และมีโอกาสขายที่ดินในอนาคต ซึ่งรวมถึงที่ดิน 500 ไร่ ที่อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าที่มีศักยภาพในการซื้อสูง และกำลังเจรจาขายอีก 1,000 ไร่ ซึ่งบางส่วนน่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ และอีก 1,000 ไร่ จะขายให้แก่ Holley คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในช่วงไตรมาสแรกปีนี้
ข้อซักถามของนักลงทุนมีดังนี้
คำถามแรก : ปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการที่ดินในประเทศไทยคืออะไร
ปีนี้จะเป็นอีกปีที่ดีสำหรับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โดยมีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชม และสนใจซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของ AMATA มากขึ้น โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่โรงงานจากจีนจะย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย เนื่องจากค่าจ้างที่สูงขึ้นในประเทศจีนอีกด้วย
คำถามที่สอง : มีที่ดินพร้อมขายเท่าไหร่
สำหรับนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่งในประเทศไทย มีที่ดินพร้อมขาย 8,500 ไร่ สำหรับอมตะนคร จ.ชลบุรี และ 6,000 ไร่ สำหรับอมตะซิตี้ จ.ระยอง สำหรับนิคมอุตสาหกรรม Amata Bienhoa ในเวียดนาม มีที่ดินพร้อมขาย 200 เฮกเตอร์ (1,250 ไร่) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า AMATA มีที่ดินพร้อมขายเพียงพอสำหรับ 7 ปี แม้ว่าบริษัทจะไม่มีความจำเป็นต้องซื้อที่ดินเพิ่มเติม แต่บริษัทได้จัดสรรงบลงทุน 500 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดินสำหรับปีนี้ หากบริษัทมีโอกาสที่จะซื้อที่ดินได้ในราคาถูก
คำถามที่สาม : ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีการปรับราคาขายที่ดินหรือไม่
ราคาขายที่ดินที่นิคมอุตสาหกรรมในไทยของบริษัทอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมของบริษัทในประเทศเวียดนามราคาขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ AMATA จะปรับเพิ่มราคาขายที่อมตะนครขึ้นราว 25% จาก 4 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 5 ล้านบาทต่อไร่ สำหรับลูกค้าใหม่ เนื่องจากมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความต้องการที่ดินที่แข็งแกร่งในปีนี้ เป็นทำเลที่ดี (ใกล้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ) และไม่มีคู่แข่งขันในบริเวณดังกล่าว ขณะที่ราคาที่ดินที่อมตะซิตี้ จะยังคงอยู่ที่ 2 ล้านบาทต่อไร่ เนื่องจากมีการแข่งขันที่รุนแรง







