posttoday
บอนด์ตปท.ระอุ อเบอร์ดีนลดฟีสู้

บอนด์ตปท.ระอุ อเบอร์ดีนลดฟีสู้

27 มกราคม 2554

โพสต์ทูเดย์ — กองตราสารหนี้ต่างประเทศเดือด บลจ.อเบอร์ดีน ลดค่าธรรมเนียมสู้ หวังดูดเงินกองกิมจิ ย้ำตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่จะยังเป็นพระเอกนำหน้าตราสารหนี้ไทย

นายชัยเกษม วัฒนศิริพงษ์ หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 1 ก.พ.31 มี.ค.นี้ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อีเมอร์จิ้ง ออพพอร์ทูนิตี้ บอนด์ ฟันด์ จะลดค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนเหลือ 1% จาก 1.5% ของมูลค่าหน่วยลงทุน

“เป็นการลดค่าธรรมเนียมลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกับอุตสาหกรรม แต่จะเป็นการลดลงเพียง 2 เดือน เพื่อรอดูการตอบรับของนักลงทุนก่อน แต่โดยทั่วไปแล้วนักลงทุนต่างสารหนี้มักจะให้ความสำคัญกับค่าธรรมเนียมค่อนข้างมาก ที่ผ่านมากองทุนนี้ยังไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยมีเงินลงทุนใหม่เข้ามามากนัก” นายชัยเกษม กล่าว

ในขณะที่กองทุนรวม อเบอร์ดีน โกลบอลอีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ บอนด์ ฟันด์ ซึ่งเป็นกองทุนหลักในต่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสินทรัพย์สุทธิของกองทุนมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 400 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อต้นปี 2553

นอกจากนี้ นายชัยเกษมยังคาดว่ากองทุนนี้จะเป็นทางเลือกลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ที่จะครบกำหนดในปีนี้จำนวนมาก โดยประเมินว่า อาจจะมีเงินลงทุนประมาณ 2030% ที่จะเข้ามาลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่เป็นกองทุนเปิด

ทั้งนี้ สำหรับกองทุนเปิดที่นโยบายลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศกำหนดค่าธรรมเนียมขายไว้ไม่เกิน 1% เช่น กองทุนกรุงศรีอลิอันซ์ จีไอ อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต บอนด์ บลจ.อยุธยา ค่าธรรมเนียมขาย ไม่เกิน 1% ของมูลค่าหน่วยลงทุน กองทุนเปิดทหารไทย Global Bond Fund บลจ.ทหารไทย กำหนดไว้ 0.5% และกองทุนเปิดเค โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต บอนด์ บลจ.กสิกรไทย ในปัจจุบันเรียกเก็บค่าธรรมเนียมขาย 1% ของมูลค่าหน่วยลงทุน

พร้อมกันนี้ นายชัยเกษม กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. เป็นต้นไป กองทุนอเบอร์ดีน อีเมอร์จิ้ง ออพพอร์ทูนิตี้ บอนด์ ฟันด์ จะใช้นโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน

นายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ บลจ.อเบอร์ดีน กล่าวว่า ค่าเงินบาทในอีก 6 เดือนข้างหน้ามีโอกาสที่จะแข็งขึ้นไปอยู่ที่ 29.5 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้น 2% จากเมื่อปลายปี 2553 แต่ค่าเงินบาทในปีนี้จะแข็งค่าน้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย

“แม้ว่าปีนี้ตราสารหนี้ในประเทศจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นตามแนวโน้มดอกเบี้ยที่คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีโอกาสจะเพิ่มขึ้นถึง 1% ในปีนี้ แต่ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่จะน่าสนใจมากกว่า เพราะมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยประเมินว่าจะให้ผลตอบแทน 56% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนีตราสารหนี้ไทยจะอยู่เพียง 24% เท่านั้น” นายพงค์ธาริน กล่าว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล