
ทีเอ็มบีชี้ขาใหญ่ รอรับดอกเบี้ยสูง
โพสต์ทูเดย์
— “ทหารไทย” เชื่อธนาคารแข่งระดมเงินฝากหนักแน่ รอธนาคารเล็กให้ดอกเบี้ยสูงกว่ารายใหญ่ 0.10.22%ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ออกบทวิเคราะห์การแข่งขันเงินฝากว่า ในปีนี้ผู้ฝากเงินมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงขึ้น โดยจะเห็นธนาคารพาณิชย์หันมาแข่งขันระดมเงินฝาก หลังการประกันเงินฝากลดวงเงินอยู่ที่สูงสุด 50 ล้านบาท ในกลางเดือน ส.ค.นี้ และลดเหลือ 1 ล้านบาท ในเดือน ส.ค. 2555
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า เพื่อให้เงินฝากได้รับการคุ้มครองเต็มที่ จะมีการโยกย้ายเงินฝากไปยังธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและขนาด เล็กไม่น้อยกว่าประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นโอกาสผู้ฝากเงินจะได้ผลประโยชน์มากขึ้น เพราะธนาคารขนาดเล็กและขนาดกลางจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารขนาดใหญ่อยู่เฉลี่ย 0.10.22%
ธนาคารทหารไทยจึงเชื่อว่าผู้ฝากเงินมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมากขึ้น เนื่องจากธนาคารผู้รับฝากเงินต้องใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นกลยุทธ์หลักในการแข่งขันระดมเงินฝาก และไม่เพียงแข่งขันกันเองเท่านั้น ยังต้องแข่งขันกับเครื่องมือการระดมเงินที่ไร้ความเสี่ยงอื่น เช่น พันธบัตรรัฐบาล สลากธนาคารออมสิน
ดังนั้น ในช่วงที่ดอกเบี้ยกำลังอยู่ในทิศทางขาขึ้นเช่นนี้ ผู้ฝากเงินอาจรอผลิตภัณฑ์เงินฝากที่จะทยอยออกมา เช่น เงินฝากประจำ 1 ปี ที่จะให้ผลตอบแทนสูงในระดับที่ผู้ฝากเงินพอใจแช่เงินฝากไว้ยาว
ปัจจุบันผู้ฝากเงินที่มีวงเงินฝาก 50 ล้านบาท มีเพียง 1 หมื่นรายเศษ หรือประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท ของผู้ฝากเงินทั้งหมด 59 ล้านบัญชี ยอดเงินฝากรวม 6.5 ล้านล้านบาทซึ่งเมื่อคำนวณเงินฝากที่เกินการคุ้มครอง 50 ล้านบาทต่อราย รวมแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท โดยกระจุกตัวอยู่ในธนาคารขนาดใหญ่ประมาณ 66% และอยู่ในธนาคารขนาดกลาง 24% และธนาคารขนาดเล็ก 10% ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ประเมินด้วยว่า เมื่อถึงเดือนส.ค. 2555 การคุ้มครองจะเหลือเพียง 1 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน การกระจายเงินฝากของลูกค้าเงินฝากเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองทั้งหมด ไม่สามารถเป็นไปได้ หรือเป็นไปได้ยาก เพราะมีธนาคารอยู่เพียง 30 กว่าแห่ง อีกทั้งการกระจายเงินฝากไปยังธนาคารต่าง ๆ อาจทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น อันดับความเสี่ยงที่แสดงถึงความมั่นคงแข็งแกร่งของฐานะการเงินจะเป็นจุดขายสำคัญในการดึงดูดเงินฝาก โดยในที่สุดแล้วธนาคารขนาดใหญ่อาจจะได้เปรียบกว่าโดยเปรียบเทียบ ขณะที่ธนาคารขนาดกลาง และเล็กอาจต้องเสนออัตราดอกเบี้ยให้จูงใจลูกค้ามากขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่จะทำให้ลูกค้าเงินฝากต้องใส่ใจบริหารความเสี่ยงในเงินออมมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของความเหมาะสมระหว่างอัตราผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ยอมรับได้.







