
บอร์ด เคาะใช้งบปี 67-68 วงเงิน 4.5 แสนล้านทำ Digital Wallet
บอร์ดดิจิทัลชุดใหญ่ ถอยยืมเงิน ธ.ก.ส. หันใช้งบ ปี 67-68 วงเงิน 4.5 แสนล้าน เข็นโครงการ Digital Wallet ตัดสิทธิกลุ่มคนเคยทำผิดเงื่อนไขโครงการรัฐในอดีต ด้านนายกฯ เน้นย้ำป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในโครงการ
ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet(บอร์ดชุดใหญ่ว่า วันนี้ บอร์ดได้พิจารณารายละเอียดโครงการ Digital Wallet ตามที่คณะอนุกรรมการกำกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ได้เสนอ โดยตนไม่ได้สั่งพิเศษ แต่ได้ตอกย้ำเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบที่อาจเกิดขึ้นในโครงการฯ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแหล่งเงินใหม่เพื่อดำเนินการโครงการ Digital Wallet ตามที่สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังเสนอ โดยไม่ใช้งบจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ตามมาตรา 28 ทำโครงการฯ พร้อมปรับกรอบวงเงินเหลือ 450,000 ล้านบาท จากเดิม 500,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่า งบประมาณเพียงพอ และหมาะสมต่อการดำเนินโครงการ โดยเชื่อว่า โครงการนี้จะทำให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้
“สาเหตุ ที่ปรับลดวงเงินลง เนื่องจากเราได้ดำเนินการตามข้อห่วงใยของหน่วยงานตรวจสอบเรื่องการใช้งบประมาณให้เหมาะสม โดยยืนยันว่าไม่ได้ลดขนาดโครงการลง ยังครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคนเช่นเดิม แต่จากการประเมินโครงการของรัฐในอดีต ทำให้กระบวนการเตรียมงบประมาณเพื่อมารองรับโครงการคงไม่เกิน 90% หรือใช้งบประมาณ 4.5 แสนล้านบาทน่าจะเหมาะสม แต่หากมีคนลงทะเบียนมากกว่า 90% ล้านคน เรามีกลไกลงบประมาณรองรับส่วนนี้ไว้อยู่แล้ว” นายจุลพันธ์ กล่าว
สำหรับ แหล่งเงินจากงบประมาณปี 2567 และ ปี 268 ประกอบด้วย
1.การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วงเงิน 165,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
- แหล่งเงินจากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปี 2567 วงเงิน 122,000 ล้านบาท
-ที่เหลืออีก 43,000 ล้านบาท ใช้วิธีการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายปี 2567
2.การบริหารงบประมาณรายจ่ายปี 2568 วงเงิน 285,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
-งบประมาณรายจ่ายปี 2568 ที่ตั้งไว้แล้ว 152,700 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 132,300 ล้านบาทใช้วิธีการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายปี 2568
ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มีความเห็นเรื่องระบบการโอนเงิน จะต้องปลอดภัยและมั่นคง เรื่องนี้ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอในที่ประชุมแล้ว ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน และอยู่ในกรอบความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด
ในส่วนของ สินค้า Negative List บอร์ดได้เห็นชอบตามที่คณะอนุฯเสนอ แต่มีข้อสังเกตในที่ประชุมเปิดความยืดหยุ่นให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาตามความจำเป็น เหมาะสม เช่น สินค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ อาทิ ปืน ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มพิจารณา ที่ให้กระทรวงพาณิชย์ไปพิจาณาว่าเหมาะสมร่วมโครงการหรือไม่
นอกจากนี้มีข้อเสนอให้ตัดสิทธิกลุ่มที่เคยทำผิดเงื่อนไขโครงการรัฐในอดีต เช่น มีการถูกเรียกเงินคืน ทั้งในส่วนร้านค้า และประชาชน ออกไป
อย่างไรก็ตาม แม้แหล่งเงินทำโครงการจะมีการเปลี่ยนแปลง นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ไทม์ไลน์โครงการยังอยู่ในกรอบเดิม คือ เงินถึงมือประชาชนใน ไตรมาส4 ปี 2568 โดยความชัดเจนทั้งหมดนายกฯจะมีการแถลงในวันที่ 24 ก.ค.นี้ และจะนำเสอนให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาต่อไป







