
อุตฯอ้อนเลิกวางเงินค่าไฟ
อ้างเพิ่มต้นทุนธุรกิจนับหมื่นล. เสนอเปลี่ยนซื้อกรมธรรม์แทน
โพสต์ทูเดย์
— กลุ่มอุตฯ ร้องเรกูเลเตอร์ขอยกเลิกวางเงินค้ำประกันใช้ไฟหมื่นล้าน เปลี่ยนซื้อกรมธรรม์แทน อ้างลดต้นทุนธุรกิจนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ว่า ภาคเอกชนได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ขอให้พิจารณายกเลิกการค้ำประกันค่าไฟสำหรับภาคอุตสาห กรรม เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ หากไม่ยกเลิกก็เสนอให้ใช้วิธีออกกรมธรรม์พิเศษขึ้นมาเพื่อใช้ค้ำประกันแทนการวางหนังสือค้ำประกันธนาคาร (แบงก์การันตี)
ทั้งนี้ เดิมผู้ประกอบการจะต้องวางเงินประกันค่าไฟเท่ากับอัตราการใช้ไฟ 1 เดือน แต่มีการเรียกขอให้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 20% เพราะอ้างว่ามีโรงงานบางแห่งไม่ยอมจ่าย จึงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยรวม เพราะต้องใช้เงินไปวางค้ำประกันเป็นจำนวนมาก แทนที่จะนำมาหมุนเวียนธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการขนาดเล็กและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งโดยรวมแล้วการวางเงินค้ำประกันค่าไฟของภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี
นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคเอกชนได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แล้ว เกี่ยวกับการออกกรมธรรม์ประเภทดังกล่าว คปภ.ก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ สามารถดำเนินการได้ โดยการออกกรมธรรม์พิเศษในลักษณะดังกล่าวก็มีการทำอยู่แล้วในหลายธุรกิจ เป็นการประยุกต์ใช้กรมธรรม์ที่ทั่วโลกก็ทำกัน รวมทั้งได้เสนอเรื่องดังกล่าวไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แล้ว เหลือแค่รอให้เรกูเลเตอร์ตัดสินใจ
“
ภาคอุตสาหกรรมเสนอขอยกเว้นการวางค้ำประกันค่าไฟทั้งหมด แต่คงเป็นไปได้ยาก จึงเสนอให้ใช้กรมธรรม์พิเศษวางค้ำประกันแทน เพื่อนำเงินมาเพิ่มสภาพคล่อง ส่วนการจ่ายค่าเบี้ยประกันดังกล่าวก็จะไม่สูงเท่าการจ่ายเงินทำแบงก์การันตีให้กับธนาคารแน่นอน” นายวัลลภ กล่าวนายเจน นำชัยศิริ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า นอกจากนโยบายเรื่องค่าไฟฟ้าที่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีเรื่องการปรับลอยตัวราคาแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งภาคอุตสาหกรรมต้องการให้ชะลอการลอยตัว เพื่อให้มีระยะเวลาปรับตัว เช่น ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุน มีเวลาปรับเปลี่ยนราคาสินค้า เพราะรับคำสั่งซื้อมาในต้นทุนปัจจุบันแล้ว ถ้าเริ่มลอยตัวราคาแอลพีจีตั้งแต่เดือน ก.พ. แต่กจะปรับราคาสินค้ากับลูกค้ายาก
ดังนั้น ส.อ.ท.มีแผนจะไปหารือกับกระทรวงพลังงาน เพื่อให้รับทราบผลกระทบ และยื่นข้อเสนอขอเวลาปรับตัวประมาณ 6 เดือน1 ปี นอกจากนี้ยังมีนโยบายของภาครัฐอีกหลายอย่างที่กระทบต่อภาคธุรกิจในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เช่น อัตราแลกเปลี่ยน ทิศทางดอกเบี้ย การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นต้น







