
มหกรรมล่าเงินฝาก
lทิสโก้ลุยตั๋วบี/อีออมทรัพย์3แสนล.
โพสต์ทูเดย์
— ทิสโก้ ปรับกลยุทธ์หาเงินฝากรับดอกเบี้ยขาขึ้น เน้นรายย่อยออมเงินระยะสั้นผ่านตั๋วบี/อี 36 เดือน เพิ่มฐานเป็น 3 แสนล้านนายพิชา รัตนธรรม หัวหน้าสายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่า จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นในปีนี้ทำให้ธนาคารจะปรับกลยุทธ์ด้านเงินฝากขึ้นมา โดยเน้นไปที่เงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากระยะสั้น 36 เดือน กันมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภทตั๋วบี/อี และเงินฝาก
“ซุปเปอร์ออมทรัพย์” ที่ให้ดอกเบี้ยปีละ 1.5% เพื่อจูงใจผู้ฝากเงินในการออมให้มีความหลากหลายมากขึ้นธนาคารทิสโก้ตั้งเป้าว่าจะขยายฐานเงินฝากเอาไว้ที่ 3 แสนล้านบาท จากที่มีอยู่ 1.41.5 แสนล้านบาทในปัจจุบัน โดยจะออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งเงินฝาก ตั๋วเงินฝาก ตั๋วแลกเงิน หรือบี/อี ที่มีอายุหลากหลายขึ้น
นอกจากนี้ จะขยายฐานลูกค้ารายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ที่ทำธุรกรรมตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป เพิ่มขึ้นจาก 3,200 ราย เป็น 6,000 ราย และเพิ่มสินทรัพย์ของลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มจาก 9 หมื่นล้านบาท เป็น 2 แสนล้านบาท ภายใน 3 ปี หรือเติบโตปีละ 3035%
“
ความสนใจของตลาดในปีนี้จะอยู่ที่การลงทุนระยะสั้น จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ต่างจากในปีที่ผ่านมาที่จะเห็นโปรโมชันเงินฝากระยะยาวค่อนข้างมาก ดังนั้นคาด ว่าการแข่งขันทางด้านดอกเบี้ยจะเพิ่มสูงขึ้น โดยหากดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นเป็น 3% คาดว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จะปรับขึ้นไปอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 2% เพื่อรักษาฐานลูกค้า” นายพิชา กล่าวสำหรับเรื่องการปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากที่จะมีผลในปีนี้ และปี 2555 เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อธนาคารไม่มาก เพราะปัจจุบันทิสโก้มีสัดส่วนของตั๋วบี/อี อยู่ถึง 8 หมื่นล้านบาท จากฐานเงินฝาก 1.4 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังคาดว่าผลจาก พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝากจะทำให้ลูกค้าเงินฝากรายใหญ่มีการกระจายเงินฝากจากธนาคารขนาดใหญ่มายังธนาคารขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้นด้วย
“
ธนาคารเรามีโครงสร้างเงินฝากที่ต่างจากที่อื่น เพราะมีสัดส่วนของตั๋วบี/อี มากกว่าตัวเงินฝาก โดยในกลุ่มลูกค้าเงินฝากตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป จะถือตั๋วบี/อี มากกว่าครึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าสามารถรับความเสี่ยงได้ จึงเชื่อว่า พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝากจะกระทบกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่บ้าง แต่ผลกระทบโดยรวมคงไม่มาก” นายพิชา กล่าวดังนั้น ภาพรวมของธนาคารในปีนี้น่าจะยังคงมีผลกำไรที่ดีต่อเนื่อง จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น และอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง โดยในปีที่ผ่านมาธนาคารมีกำไรที่เติบโตขึ้น 45.26% หรือ 2,888 ล้านบาท







