posttoday
YLG ชี้ธนาคารกลาง-กองทุน ETF หนุนราคาทองคำพุ่ง

YLG ชี้ธนาคารกลาง-กองทุน ETF หนุนราคาทองคำพุ่ง

17 มิถุนายน 2567

YLG มองธนาคารกลางซื้อทองคำต่อเนื่อง และกองทุน ETF หนุนราคาทองคำพุ่ง จับตาหนี้สาธารณะ-เลือกตั้งสหรัฐ แนะนักลงทุนกระจายความเสี่ยงมาลงทุนในทองคำ

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยในงานสัมมนา หุ้นไทย 2024 with the Dragon Fire “Discover new opportunities” ที่จัดขึ้นโดย ฐานเศรษฐกิจ ในหัวข้อ “Discover new opportunities: ลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก” ว่า จากสถานการณ์หลายๆ อย่างในช่วงที่ผ่านมา ทำให้คนมีความกังวล และทองคำถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ธนาคารกลางต่างๆ มีการเทขายสินทรัพย์อื่นๆ โดยเฉพาะดอลลาร์ มาถือทองคำ ทำให้ราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการจีนออกมาระบุว่าจะหยุดซื้อทองคำ หลังจากที่ซื้อทองคำติดต่อกันมา 18 เดือน ซี่งในช่วง 5-6 ปีก่อน จีนถือทองคำอยู่เพียง 2% ของเงินตราต่างประเทศที่ถืออยู่ทั้งหมด แต่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4.7-4.9% ของเงินตราต่างประเทศที่ถืออยู่ทั้งหมด

นางสาวฐิภา มองว่าแนวโน้มจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าจะได้เห็นการทยอยขายดอลลาร์ แต่ไม่ได้เป็นการมาถือทั้งหมด ซึ่งเป็นการกระจายพอร์ตของการลงทุน และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็มีการถือทองคำเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 7.9% ของเงินตราต่างประเทศที่ถืออยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะในฝั่งเอเชียจะเห็นภาพการลดการถือครองดอลลาร์ และเข้ามาถือทองคำมากขึ้น หลักๆ คือ จีน อินเดีย รัสเซีย ที่เข้าถือทองคำอย่างต่อเนื่อง 

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางต่างๆ เข้าถือทองคำเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ประมาณ 1,000 ตันต่อปี ซึ่งในแต่ละปี ซัพพลายของทองคำมีอยู่เพียง 4,000 ตัน เป็นทองใหม่ 3,000 ตัน และทองเก่า 1,000 ตัน ขณะที่ดีมานต์ของทองคำ ก็จะมีธนาคารต่างๆ ที่ซื้อทองคำเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มจิวเวลรี่ กลุ่มกองทุน ETF และ AI รวมๆ ประมาณ 4,000 ตัน ทำให้ดีมานต์กับซัพพลายมีความสมดุลกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต้องการซื้อเพิ่มขึ้น ก็น่าจะทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้

ขณะที่ในฝั่งสหรัฐ จะต้องติดตามในเรื่องของหนี้สาธารณะที่ค่อนข้างสูง โดยในช่วงที่ผ่านมา ที่มีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ราคาทองคำเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเงินที่ถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบของสหรัฐ รวมถึงการเลือกตั้งในสหรัฐ เดือน พ.ย.นี้ ก็ต้องดูว่าผลการเลือกตั้งใครจะเป็นผู้ชนะ และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อทองคำ

ขณะเดียวกัน จากปัจจัยต่างๆ ที่ยังคงต้องติดตามดังกล่าว แนะนำนักลงทุนกระจายความเสี่ยงมาลงทุนในทองคำ โดยจากตัวเลขสมาพันธ์ทองคำโลก มีการจัดพอร์ตตัวเลขออกมาว่า สัดส่วนที่ดีในการลงทุนควรมีทองคำประมาณ 5-15% ช่วยทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

ส่วนนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็มีผลต่อราคาทองคำเช่นกัน แต่เชื่อว่าขณะนี้ตลาดรับรู้ประเด็นนี้ไปค่อนข้างมากแล้ว 

“ทองคำตรงข้ามกับดอลลาร์ เมื่อไรที่ข่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดี ทองคำจะลง แต่ถ้ามีข่าวเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่ดี ทองคำจะขึ้น เช่นเดียวกัน ถ้าขึ้นดอกเบี้ยเฟด ผลตอบแทนพันธบัตรดีกว่า ก็จะมีการขายทองคำ แต่ถ้าลดดอกเบี้ย จะขายพันธบัตร และไปซื้อสินทรัพย์อื่น ซึ่งทองคำก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก” นางสาวฐิภา กล่าว 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท