
เรือเจ้าพระยาจ่อปรับค่าโดยสาร
เรือด่วนเจ้าพระยาอั้นไม่ไหว เตรียมเสนอกรมเจ้าท่าในสัปดาห์หน้าขอปรับค่าโดยสารอีก1บาท/ระยะ หลังราคาดีเซลขยับ29.99บาท/ลิตร
เรือด่วนเจ้าพระยาอั้นไม่ไหว เตรียมเสนอกรมเจ้าท่าในสัปดาห์หน้าขอปรับค่าโดยสารอีก1บาท/ระยะ หลังราคาดีเซลขยับ29.99บาท/ลิตร
นาวาโทปริญญา รักวาทิน กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด กล่าวว่า สมาคมเรือไทย เตรียมเสนอขอปรับขึ้นอัตราค่าเรือโดยสารขึ้นอีกระยะละ 1 บาท ต่อกรมเจ้าท่าในสัปดาห์หน้า เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 29.99 บาทต่อลิตร ในปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการเรือด่วนได้ตรึงอัตราค่าโดยสารมาเป็นระยะเวลา 1 ปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นประกอบรัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2554
การขอปรับขึ้นราคาในครั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงกับคณะกรรมการพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทาง ที่ได้ระบุเกณฑ์การปรับอัตราค่าโดยสารโดยแยกช่วงการพิจารณาราคาน้ำมันออกเป็น 2 ช่วง คือระดับราคา 25-28 บาทต่อลิตร ปรับขึ้นระยะละ 1 บาท และระหว่าง 28-31 บาทต่อลิตร ปรับขึ้นอีกระยะละ 1 บาท ขณะเดียวกันจะขอให้คณะกรรมการพิจารณาปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารเรือข้าฝากอีก 0.50 สตางค์ต่อเที่ยว โดยจะให้มีผลในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้
อย่างไรก็ตามในแต่ละปีบริษัทต้องใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 2.5-3 ล้านลิตร ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารมีประมาณ 35,000-40,000 คนต่อวัน หรือประมาณ 11 ล้านคนต่อปี รายได้ในปีที่ผ่านมา 135 ล้านบาท ซึ่งผลประกอบการกำไรข้างต้นในปี 2553 อยู่ที่ร้อยละ 7 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 12-15 เมื่อปี 2547
หากมีการปรับขึ้นค่าโดยสารอีกระยะละ 1 บาทจะส่งผลให้ เรือด่วนเจ้าพระยา (ธงส้ม) คิดค่าโดยสารจากเดิม 14 บาทตลอดสาย เป็น 15 บาทตลอดสาย ,เรือด่วนเจ้าพระยา (ธงเหลือง) จากเดิม 19 บาท เป็น 20 บาท และเรือด่วนเจ้าพระยาธงประจำทางธรรมดา จากเดิม 9-13 บาท เป็น 10 -15 บาท ส่วนเรือข้ามฝากจะปรับขึ้นจากเดิม 3 บาท เป็น 3.50 บาท
สำหรับสาเหตุที่ผู้ประกอบการเรือโดยสารยังไม่มีการปรับเครื่องยนต์มาใช้ก๊าซ CNG เนื่องจากเรือต้องแบกรับน้ำหนักของปริมาณถังก๊าซเกือบ 1 ตัน ประกอบกับปัจจุบันไม่มีเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับกับเชื้อเพลิง CNG ได้ดี ซึ่งผู้ประกอบการต้องดัดแปลงเครื่องยนต์เองซึ่งไม่ได้มาตรการ จึงมีความจำเป็นต้องชะลอการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ออกไปก่อน







