posttoday
ไทยพาณิชย์ผนึกแบงก์แม่รุกหนัก3ธุรกิจ

ไทยพาณิชย์ผนึกแบงก์แม่รุกหนัก3ธุรกิจ

24 มกราคม 2554

บลจ.ไทยพาณิชย์ เผยกลยุทธ์ปี 54 ผนึกแบงก์แม่รุกตลาดกองทุนทั้ง 3 ธุรกิจ พร้อมเพิ่มกองทุนให้หลากหลาย ส่งกองทุนคุ้มครองเงินต้น หาผลตอบแทนราคาทองคำเพิ่มขาย 25-31 ม.ค.นี้

บลจ.ไทยพาณิชย์ เผยกลยุทธ์ปี 54 ผนึกแบงก์แม่รุกตลาดกองทุนทั้ง 3 ธุรกิจ พร้อมเพิ่มกองทุนให้หลากหลาย ส่งกองทุนคุ้มครองเงินต้น หาผลตอบแทนราคาทองคำเพิ่มขาย 25-31 ม.ค.นี้

นางโชติกา  สวนานนท์  กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ไทยพาณิชย์  เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2554 ว่า บริษัทวางแผนเชิงรุกในการดำเนินธุรกิจกองทุนทั้ง 3 ประเภททั้งกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับลูกค้าแต่ละกลุ่มด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการ โดยในปีที่ผ่านมาการขยายตัวของสินทรัพย์รวม (AUM) ประมาณ 13.4 % ด้วยมูลค่ารวมประมาณ 564,000 ล้านบาท ซึ่งมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาทั้ง 3 ธุรกิจรวมประมาณ 66,000 ล้านบาท

กลยุทธ์ที่สำคัญในปีนี้คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายมากขึ้นและสามารถสร้างแรงจูงใจด้านผลตอบแทนแก่นักลงทุน อาทิ กองทุนพันธบัตรต่างประเทศที่มีการจัดอันดับเครดิตมั่นคงสูงแต่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น ประเทศอิสราเอล หรือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)  ฯลฯ ขณะเดียวกัน สำหรับกองทุนรวมที่บริษัทฯเปิดซื้อขายอยู่ในปัจจุบันทั้งกองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้น กองทุน LTF กองทุน RMF  ก็จะเน้นการบริหารจัดการเพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่น่าพึงพอใจให้ผู้ถือหน่วย  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมออกกองทุนประเภทคุ้มครองเงินต้นที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงมากขึ้นด้วยการเพิ่มสัดส่วนลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประเภท Commodity อย่างทองคำ, น้ำมัน โดยจะผสมกับการลงทุนพันธบัตรภายในประเทศ

ทั้งนี้ ในระหว่างวันที่ 25 – 31 ม.ค.นี้ บริษัทได้เตรียมเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์คุ้มครองเงินต้น โกลด์ คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น 1 ด้วยขนาดของกองทุน 2,000 ล้านบาท อายุโครงการ 1 ปี ซึ่งจะนำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยเพื่อคุ้มครองเงินต้น และสัญญาออปชั่นที่อ้างอิงกับราคาทองคำในตลาด London ภาคบ่าย (GOLDLNPM) เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนสูงสุด 4.5 % หากราคา GOLDLNPM อยู่ในช่วง +/-15% ของราคา GOLDLNPM ณ วันจดทะเบียน ทุกวันทำการที่ประกาศราคา ตลอดอายุกองทุน

สำหรับแนวทางการบริหารงาน บริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงการทำงานภายในใหม่ทั้งเรื่องระบบ และการให้บริการ ตลอดจนทีมงานเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีความแตกต่างทั้งเรื่องการรับความเสี่ยงและความคาดหวังผลตอบแทน เช่น ลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งในปีนี้จะมีการแบ่งช่องทางการจำหน่ายผนวกเข้ากับการนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมให้กับลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมทั้งการออกบริการใหม่ อาทิ การจัดตั้ง Call Center สำหรับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

“การเติบโตของสินทรัพย์ในปีนี้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการสนับสนุนจากแบงค์แม่ด้วยนโยบาย Power of one ของกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะร่วมมือกันผลักดันให้ธุรกิจในเครือเติบโตไปด้วยกัน โดยวางเป้าหมายขยายฐานจากลูกค้ากลุ่มแบงก์ซึ่งเป็นลูกค้ารายย่อยด้วยการแนะนำกองทุนคุ้มครองเงินต้นอย่างไรก็ตามเมื่อมีการเพิ่มสินทรัพย์เสี่ยงเข้ามา ก็ต้องเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นโดยบริษัทมีนโยบายยกระดับช่องทางการจำหน่ายด้วยการให้ความรู้สาขาซึ่งเป็นผู้ขายโดยจะเริ่มจาก 180 สาขาในปีนี้และขยายให้ครบทุกสาขาในอนาคต ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเราก็มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดเล็ก-ขนาดกลางของธนาคารมากขึ้นเนื่องจากมองว่าตลาดยังเปิดกว้างอีกมาก” นางโชติกากล่าว

สำหรับการบุกเบิกช่องทางการจำหน่ายใหม่ในลักษณะ Alternative Distribution Channels ด้วยการรับสมัครผู้แทนขายอิสระ หรือ Independent Investment Planner (IIP) ที่บริษัทริเริ่มเป็นรายแรกนั้น นับว่าประสบความสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมาย โดยสามารถทำยอดขายได้ถึง 3,800  ล้านบาทจาก IIP ที่สมัครเข้ามาปีแรก 69 ราย โดยคาดว่าในปีนี้ จะมีผู้สมัครเข้ามาเพิ่มอีกกว่า150 ราย

“ปีนี้ โจทย์ใหญ่สำหรับธุรกิจกองทุนรวมคือการระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์เพื่อขยายการลงทุนภาคธุรกิจ  ดังนั้น เราจึงต้องรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้ได้ ซึ่งเราหวังว่าจะสามารถเติบโตได้จากการขายผ่านช่องทางใหม่ๆรวมทั้งจากผลตอบแทนการลงทุนที่มาจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ”นางโชติกา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท