posttoday
คลัง แจงปมตั้งงบประมาณเพิ่มเติม เดินหน้า Digital Wallet

คลัง แจงปมตั้งงบประมาณเพิ่มเติม เดินหน้า Digital Wallet

21 พฤษภาคม 2567

จุลพันธ์ ชี้แจง ขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติม ไม่ใช่ครั้งแรก เป็นกลไกลการบริหารจัดการงบประมาณ ที่อยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร ทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณ และกรอบหนี้สาธารณะ ยืนยันไม่กระทบไทม์ไลน์ เงินถึงมือประชาชนแน่ไตรมาส4/2567

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะที่ผ่านมามีการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมมาแล้วหลายครั้ง โดยภาพรวมการดำเนินงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณ มีเพดานกำหนด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องหนี้สาธารณะ ซึ่งอยู่การดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณ และกรอบหนี้สาธารณะ ที่กำหนด 

 

ซึ่งจากนี้ ส่วนงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เช่น การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง การประชุมร่วม 4 ฝ่าย คลัง สำนักงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศค.) หรือสภาพัฒน์ ต้องไปพิจารณากระบวนการในกาทำงบประมาณเพิ่มเติมว่ายอดจะเป็นเท่าไหร่ กลไก และแหล่งเงินจะเป็นอย่างไร โดยต้องเป็นไปตามข้อสังการของ ครม. ที่เน้นย้ำว่าจะต้องปฏิยัติให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง พ.ร.บ. บริหารจัดการหนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1- 2 สัปดาห์จากนี้ เพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณาต่อไป

 

“วันนี้ครม.เห็นด้วยในหลักการในการให้ทำงบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องของกรอบปฎิทิน ส่วนเรื่องตัวเลขยังไม่ได้นำเสนอ โดยจะมีการนำเสนอตัวเลขกรอบงบประมาณเพิ่มเติมเร็วๆนี้ เพราะยังมีขั้นตอนที่จะต้องทำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประชุมคณะกรรมนโยบายการเงิน การคลัง สุดท้ายก็นำเข้าที่ประชุมครม.อีกทีว่ากระบวนการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม กลไกลเป็นอย่างไร แหล่งเงินเป็นอย่างไรต้องมีรายละเอียดครบถ้วน ” นายจุลพันธ์ กล่าว

 

นอกจากนี้ในที่ประชุมครม.ได้เน้นย้ำด้วยว่า ต้องการจัดทำงบประมาณต้องปฎิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย ทั้งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และพ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ ทั้งเรื่องกลไกทำพ.ร.บ.ตามรัฐธรรมนูญ 

 

สำหรับหลักการของการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมอยู่ที่ว่า มีแหล่งรายได้ใหม่หรือไม่ คือมีรายได้ใหม่ที่ยังไม่ได้บรรจุในงบประมาณที่ผ่านมาแล้ว และขาดดุลงบประมาณได้เท่าไร ซึ่งกรอบขาดดุลงบประมาณปี 2567 อยู่ที่ 6.9 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่เต็มกรอบวงเงิน ซึ่งต้องยึดตามกรอบกฎหมาย ทั้งกรอบหนี้สาธารณะและกรอบงบประมาณ 

 

อย่างไรก็ตาม ยังยืนวันว่า เงินจากโครงการ  Digital Wallet จะยังเป็นไปตามกรอบเดิม คือ ไตรมาส 3 ปี 2567 เปิดให้ลงทะเบียนร้านค้า และประชาชน และเงินถึงมือประชาชนในไตรมาส 4 ปี 2567 แน่นอน โดยยืนยันฐานะการคลังยังดี ซึ่งการทำงบประมาณเพิ่มเติมในครั้งนี้ ไม่ได้หมาย กระทรวงการคลังมีความเสี่ยงถังแตกใดๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกรอบงบประมาณ ยึดตามกฎหมาย 

 

ส่วนกรณี สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงาน ตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ของปี 2567 ขยายตัวที่ 1.5 % ต่อปี ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัว 2 – 3% ต่อปี โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5% ต่อปี ลดลงจากการประมาณการเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.2 – 3.2% ต่อปี นั้น มองว่า เป็นการสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางชะลอตัวลง เห็นได้ชัดว่าการชะลอตัวอยู่ในภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรมว.คลัง ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ จึงมีความจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทุกคนทราบดี ล่าสุดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการนัดประชุมครม.เศรษฐกิจ เพื่อหารือแนวทางในการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวันที่ 27 พ.ค.2567 ซึ่งถือเป็นนัดแรกของครม.เศรษฐกิจของรัฐบาลเศรษฐา 

 

ขณะเดียวกัน รมช.การคลัง ระบุว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายหน่วยงานที่กำกับดูแล โดยเฉพาะกรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากล โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับกลไกในการปรับปรุงโครงสร้างภาษีและแนวนโยบายในการขยายฐานภาษี เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้รัฐ ส่วนภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2567 นั้น ยอมรับว่าขณะนี้ชะลอตัวนิดหน่อย แต่ไม่ได้อยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วงมากนัก และเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะกลับมาอยู่ตามกรอบเป้าหมายที่วางไว้แน่นอน
 

ทั้ง ปัจจุบันสถานะและเสถียรภาพทางการคลังของประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีทางและยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่า “ถังแตก” ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้กรอบการบริหารจัดการและคาดการณ์งบประมาณ ไม่มีความเสี่ยงใดๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท