
แนะรับมือกฎการค้าใหม่ยุโรป
โพสต์ทูเดย์
— เตรียมดึงผู้เชี่ยวชาญอียูทำความเข้าใจผู้ประกอบการไทย รับมือกฎแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ในระบบจีเอสพีนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านกฎแหล่งกำเนิดสินค้าจากศุลกากรประเทศเนเธอร์แลนด์มาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการของไทย หลังจากที่สหภาพยุโรป (อียู) ได้ปรับปรุงเงื่อนไขกฎแหล่งกำเนิดสินค้าภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) ใหม่ และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้จะเชิญหัวหน้าฝ่ายการค้าและเศรษฐกิจจากสำนักงานผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยมาบรรยายพิเศษให้ภาคเอกชนไทยเข้าใจด้วย เพื่อจะได้ปรับตัวและปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ จะได้ไม่เกิดอุปสรรคต่อการทำการค้ากับอียู
การปรับปรุงกฎแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ของอียูนั้น เพื่อต้องการให้เกิดความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับกระบวนการผลิตของประเทศผู้รับสิทธิมากขึ้น
ส่งผลให้ประเทศผู้รับสิทธิสามารถใช้ประโยชน์จากระบบจีเอสพีได้อย่างเต็มที่ รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งกรมเห็นว่าผู้ส่งออกไทยควรจะศึกษากฎแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ให้เข้าใจ เพราะจะเป็นประโยชน์ในการส่งสินค้าเจาะตลาดอียูได้ดีขึ้น ในฐานะที่เป็นตลาดส่งออกกลุ่มสำคัญของไทย
รายละเอียดของกฎแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ อียูได้เปิดโอกาสให้ผู้รับสิทธิสามารถใช้กฎทางเลือกได้ หากเห็นว่ากฎนั้นเหมาะสมกับกระบวนการผลิตของตัวเอง เช่น ผู้ผลิตสามารถเลือกใช้หลักเกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรแทนกฎการเพิ่มมูลค่าได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่ากฎการเปลี่ยนพิกัดมีความเหมาะสมหรือทำได้ง่ายกว่า
นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้ใช้วัตถุดิบนำเข้าในการผลิตสินค้าบางรายการได้ในอัตราที่สูงขึ้นถึง 70% ของราคาสินค้าหน้าโรงงาน จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 40% ของราคาสินค้าหน้าโรงงานเท่านั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก
รวมทั้งยังสามารถสะสมแหล่งกำเนิดสินค้าข้ามภูมิภาคได้ เช่น ไทยและประเทศที่อยู่ในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ สามารถสะสมแหล่งกำเนิดกับประเทศที่อยู่ในกลุ่มอินเดีย บังกลาเทศ ภูฏาน มัลดีฟส์ เนปาล ปากีสถาน และศรีลังกาได้ จากเดิมที่สามารถสะสมแหล่งกำเนิดระหว่างประเทศที่อยู่ในกลุ่มภูมิภาคเดียวกันเท่านั้น และยังสามารถนำวัตถุดิบจากประเทศตุรกีและประเทศที่ทำความตกลงเอฟทีเอกับอียูเข้ามาสะสมแหล่งกำเนิดได้อีกด้วย







