posttoday
วิสัยทัศน์ใหม่ อุตสาหกรรมญี่ปุ่น

วิสัยทัศน์ใหม่ อุตสาหกรรมญี่ปุ่น

24 มกราคม 2554

....ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) หรือที่เดิมก่อนปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อปี 2544 มีชื่อว่า กระทรวงการค้าต่างประเทศและอุตสาหกรรม (MITI) ของญี่ปุ่น นับว่ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมญี่ปุ่นจนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก โดยนักวิชาการบางรายถึงกับกล่าวยกย่องว่า เป็น “ขุมพลังสมองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น” (The Greatest Concentration of Brainpower in Japan)

แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับตรงกันข้าม โดยจากเอกสาร “วิสัยทัศน์โครงสร้างอุตสาหกรรม” (Industrial Structure Vision) ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่โดย METI เมื่อเดือน มิ.ย. 2553 ได้กล่าวอย่างน่าตกใจถึงความเสื่อมถอยอย่างรวดเร็วของภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เป็นต้นว่า

l จอภาพ LCD Panel จากเดิมในปี 2540 บริษัทญี่ปุ่นครองตลาดมากกว่า 80% แต่ในปี 2548 ลดลงเหลือเพียงแค่ 10% โดยไต้หวันและเกาหลีใต้เป็นมหาอำนาจรายใหม่ของโลก

l เครื่องเล่น DVD จากเดิมบริษัทญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 80% ในปี 2541 ลดลงเหลือ 20% ในปี 2549

l ระบบนำทางรถยนต์ (Navigator) จากเดิมบริษัทญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งตลาดโลก 90% ในปี 2547 ลดลงเหลือเพียง 20% ในปี 2550

l Solar Panel ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ส่วนแบ่งตลาดโลกของบริษัทญี่ปุ่นลดลงจาก 50% ในปี 2548 ลดลงเหลือ 20% ในปี 2550

ในอดีตที่ผ่านมา บริษัทญี่ปุ่นเป็นผู้นำในหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากมีเทคโนโลยีเหนือกว่า และมีความได้เปรียบในด้านโครงสร้างการผลิตที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิตชิ้นส่วน ฯลฯ จนปลายน้ำ คือ การผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การจำหน่าย โดยมีกลุ่มบริษัทมากมายทำงานร่วมกัน ซึ่งเรียกในนามว่า “กลุ่มเคเร็ตสึ” ทำให้สามารถปรับปรุงคุณภาพและสร้างภาพลักษณ์สินค้าที่มี

นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมา เทคโนโลยีหลักของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ได้เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว จากระบบอะนาล็อกมาเป็นระบบดิจิตอล ทั้งในส่วนโทรศัพท์ เครื่องเล่นดีวีดี ฯลฯ โดยใช้ชิ้นส่วนแบบโมดูล (Modular Component) ซึ่งนำชิ้นส่วนมาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเป็นกระบวนการที่ง่ายๆ เอื้ออำนวยให้สามารถจ้างให้บริษัทอื่นๆ ประกอบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทำให้ปัจจัยสำคัญของการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงไปจากฮาร์ดแวร์มาเป็นซอฟต์แวร์

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีข้างต้น ทำให้สถานการณ์พลิกผัน บริษัทสหรัฐ ไต้หวัน จีน และเกาหลีใต้ ซึ่งผลิตในระบบ Modular พลิกเกมกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบในการแข่งขัน เนื่องจากการบริหารงานคล่องตัว สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ จากบริษัทนอกเครือมาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว

บริษัทญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้นำตลาดอยู่บ้าง ในผลิตภัณฑ์ที่การประกอบชิ้นส่วนเข้าเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปยังมีความสลับซับซ้อน เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์และกล้องถ่ายรูปเฉพาะในส่วนที่เป็นระบบ SingleLens Reflex (SLR) อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังพัฒนาสู่ระบบรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกระบวนการประกอบชิ้นส่วนจะลดการสลับซับซ้อนลงมาก นับเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นจะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด

ข้อเสียเปรียบอีกประการหนึ่งของบริษัทญี่ปุ่น คือ ไม่มีระบบที่บีบบังคับให้การบริหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าแตกต่างจากกรณีของสหรัฐ ผู้ถือหุ้นจะต้องการกำไรสูง หากบริษัทไม่มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัทจะลงมติเปลี่ยนตัวผู้บริหารบ่อยครั้ง ขณะที่กรณียุโรปมีการรวมตัวเป็นกลุ่มเศรษฐกิจเดียวกัน บีบบังคับให้บริษัทต่างๆ ต้องพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อความอยู่รอด ส่วนกรณีเกาหลีใต้จะถูกบีบบังคับโดยรัฐบาลของตนเองให้ปรับปรุงประสิทธิภาพ

สำหรับทิศทางของอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ในอนาคตเพื่อกู้สถานการณ์นั้น METI เสนอแนะว่า บริษัทญี่ปุ่นต้องปรับโครงสร้างการดำเนินการครั้งใหญ่เพื่อให้อยู่รอดในโลกยุคดิจิตอล โดยภาคราชการควรสนับสนุนผ่านมาตรการต่างๆ เป็นต้นว่า ผ่อนคลายความเข้มงวดของกฎหมายป้องกันการผูกขาด เพื่อให้บริษัทญี่ปุ่นควบรวมกิจการทำได้ง่ายขึ้น ทำให้บริษัทมีขนาดใหญ่แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ ปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้การปรับโครงสร้างกิจการทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้บริษัทมีกรรมการอิสระ/กรรมการจากภายนอก ส่งเสริมให้มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากต่างประเทศมาทำงานในญี่ปุ่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท