posttoday
กะหรี่ปั๊บเจ้อ้วน ขอโกอินเตอร์

กะหรี่ปั๊บเจ้อ้วน ขอโกอินเตอร์

24 มกราคม 2554

กะหรี่ปั๊บ ของฝากขึ้นชื่อ จ.สระบุรี และนครราชสีมา แม้ปัจจุบันจะมีผู้ผลิตนับร้อยราย แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าผู้ผลิตกะหรี่ปั๊บรายใหญ่ที่สุดคือ กะหรี่ปั๊บเจ๊อ้วน

วัดจากปริมาณการผลิตที่สูงถึง 2–3 แสนชิ้นต่อเดือน และสินค้ามีวางจำหน่ายอยู่ภายในร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นอีเลฟเว่นที่กระจายอยู่ตามปั๊มน้ำมัน ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางจนถึง จ.นครสวรรค์ และภาคอีสานไปจนถึงชายแดน จ.หนองคาย ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวและผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในพื้น อ.มวกเหล็ก

สุภาพร ปิ่นนาค ผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศและผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท สยามปิ่นนาคเคอรี่พั๊ฟ ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของกะหรี่ปั๊บเจ๊อ้วน ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ 2530 เป็นต้นมา เปิดร้านจำหน่ายแห่งแรกบริเวณ อคส.อำเภอมวลเหล็ก สระบุรี จนในปี 2547 ได้ย้ายมาอยู่ที่ตลาดกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมจัดตั้งเป็น บริษัท สยามปิ่นนาคเคอรี่พั๊ฟ ขึ้นจนถึงปัจจุบัน โดยกิจการขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละประมาณ 10%

การเติบโตของบริษัทมาจากตลาดค้าส่งเป็นหลัก เพราะกะหรี่ปั๊บเจ๊อ้วนได้รับการตอบรับอย่างมากจากผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว ทำให้มียอดสั่งซื้อจากผู้ค้าปลีกเข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ เป็นเช่นนี้มานานกว่า 23 ปี ทำให้บริษัทไม่มีเวลาทำตลาดค้าปลีกเอง แต่จากนี้ไปบริษัทมีแผนรุกตลาดค้าปลีกมากขึ้น ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ “เจ๊อ้วน” ให้เป็นที่รู้จักและติดตลาดค้าปลีกพร้อมกับส่งออกตลาดต่างประเทศภายใน 2 ปี (2554–2555)

บริษัทมีแนวคิดปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์กะหรี่ปั๊บให้สามารถจัดเก็บได้นานขึ้น แต่ไม่ใส่สารกันบูดหรือวัตถุกันเสีย ดังนั้นเพื่อรองรับแผนดังกล่าว จึงได้เข้ารับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในโครงการ “การยืดอายุการจัดเก็บรักษาผลิตภัณฑ์กะหรี่ปั๊บ” โดยมีอาจารย์ประทุม อุ่นเรือน และอาจารย์ปิยะมาศ จานนอก จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ

ผลการวิจัยและการพัฒนาพบว่า สามารถยืดอายุการเก็บรักษากะหรี่ปั๊บจาก 7 วัน เป็น 9 วัน โดยที่ไส้กะหรี่ปั๊บไม่แห้งแข็ง จึงเข้าสู่เฟส 2 ในโครงการ “ศึกษาความเป็นไปได้ของการยืดอายุกะหรี่ปั๊บให้ได้ 14 วัน” โดยมี ดร.รัชฎาพร อุ่นศิวิไลย์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

สุภาพร อธิบายเพิ่มเติมว่า กะหรี่ปั๊บ เป็นการทำสดวันต่อวัน อายุการเก็บรักษาค่อนข้างสั้น ปกติจะเก็บได้ 47 วัน จึงต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ยืดอายุการเก็บได้นานขึ้นเป็น 14 วัน เพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่ง (โลจิสติกส์) ของบริษัท และเพื่อรองรับระบบการขนส่งของเซเว่นอีเลฟเว่นในส่วนกลางได้ ทำให้กะหรี่ปั๊บจะต้องมีอายุนานกว่า 10 วัน รวมถึงรองรับการส่งออก อาทิ ประเทศในแถบตะวันออกกลาง และประเทศในกลุ่มมุสลิม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคกลุ่มอาหารฮาลาลเริ่มมียอดสั่งผลิตเข้ามามากขึ้น

ผลิตภัณฑ์เจ๊อ้วน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มขนมทอด ประกอบด้วย กะหรี่ปั๊บไส้ต่างๆ อาทิ ไส้ไก่ หมูแดง ถั่ว ไส้ผลไม้ อาทิ ไส้แก้วมังกร สับปะรด องุ่น ในอนาคตจะผลิตกะหรี่ปั๊บไส้กล้วยออกสู่ตลาดเพิ่ม

กลุ่มขนมอบ ประกอบด้วย พายผลไม้ต่างๆ คุกกี้สิงคโปร์ และ กลุ่มเนื้อแปรรูป แบ่งออกเป็น กลุ่มเนื้อวัว อาทิ เนื้อเค็ม และกลุ่มเนื้อหมู อาทิ หมูสวรรค์ กุนเชียง เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์ของเจ๊อ้วนนอกจากได้รับการรับรองจาก อย.แล้ว ยังเตรียมยกระดับคุณภาพสู่มาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร หรือ HACCP และมาตรฐานบริการอาหารฮาลาล คาดว่าจะสามารถผ่านการประเมินและรับรองมาตรฐานดังกล่าวได้ในปีนี้

พร้อมกันนี้บริษัทสนใจที่จะพัฒนาเครื่องจักรที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัว จากเดิม 23 แสนชิ้นต่อเดือน (ผลิตด้วยแรงงานคน) ยอดขายประมาณปีละ 30 ล้านบาท หากนำเครื่องจักรเข้ามาเสริม คาดว่าจะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 56 แสนชิ้นต่อเดือน ช่วยลดปัญหาเรื่องสต๊อกสินค้า ทำให้รับคำสั่งซื้อได้มากขึ้น

ต้องติดตามกันต่อไปกับแผนขยายกิจการและการโกอินเตอร์ของกะหรี่ปั๊บเจ๊อ้วน ฝีมือคนไทยที่กำลังโตวันโตคืน อีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ขอเอาใจช่วยอีกแรงให้ประสบความสำเร็จ หรือใครอยากอุดหนุนก็สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 044361046, 0443221512 หรือ www.siampinnark.com

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี