
STECโต50%
มีงานในมือกินยาวกว่า4หมื่นล. ไม่หวั่นต้นทุนพุ่งเลือกตั้งเกิด
โพสต์ทูเดย์
— ซิโนไทย ปีนี้หรูหวังรายได้โตขึ้น 4050% หลังมีงานในมือกว่า 4 หมื่นล้านบาท กินยาว 2 ปี ยอมรับเสี่ยงต้นทุนเลือกตั้งนายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า แนวโน้มการทำธุรกิจของบริษัทในปีนี้ถือว่าจะเป็นปีที่ดี เพราะจะมีงานก่อสร้างทั้งของภาครัฐและเอกชนออกมาจำนวนมาก เช่น การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่รอผลการประมูลอยู่ ขณะที่งานเอกชนก็จะมีงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งจะถือว่าเป็นพระเอกของบริษัทในปีนี้ รวมถึงบริษัทจะเริ่มเก็บเกี่ยวงานที่ได้ชนะการประมูลและมีการเซ็นสัญญาไปแล้วด้วย
ปัจจุบันบริษัทมีงานที่เซ็นสัญญาแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท และอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ทำให้รวมทั้งปีบริษัทจะมีงานในมือร่วม 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นมูลค่าที่สูงมากปีหนึ่งของบริษัท
รายได้ปีนี้คาดว่าจะรับรู้งานในมือเป็นรายได้ประมาณ 1.31.4 หมื่นล้านบาท จะโตขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 4050% โดยในปี 2553 นั้นคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 9,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อยหลังการเซ็นสัญญาในสายสีน้ำเงินล่าช้า
นายวัลลภ กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ดีมากของวงการรับเหมาก่อสร้าง เพราะจะเป็นปีที่มีงานเข้ามาเยอะ แต่ขณะเดียวกันก็จะเป็นปีที่มีความเสี่ยง เพราะวัฏจักรของต้นทุนการก่อสร้างเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งราคาเหล็ก น้ำมัน ดอกเบี้ย และค่าแรงงาน ซึ่งอาจจะทำให้อัตรากำไร (มาร์จิน) แคบลงกว่าที่คาดหวังลงไปบ้าง
นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยอาจจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปีนี้ด้วย ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงของธุรกิจด้วย เพราะตามปกติเมื่อมีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้นจะมีช่องว่างของเวลาหรือเกิดสุญญากาศประมาณ 1 ปี กว่าที่งานก่อสร้างของภาครัฐจะออกมาใหม่อีกครั้ง แต่ในส่วนของบริษัทไม่น่าจะมีปัญหา เพราะงานในมือที่ตุนไว้ 4 หมื่นล้านบาท นั้นคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี
“
บริษัทตระหนักดีว่าการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะมีความเสี่ยงใน 2 เรื่องหลัก คือ เรื่องต้นทุนและการเมือง แต่บริษัทก็มีแนวทางในการจัดการ และการที่บริษัทจะมีอายุครบ 50 ปี ซึ่งผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมา 3 ครั้ง ทำให้บริษัทมีบทเรียนและมีประสบการณ์ในการรับมือได้เป็นอย่างดี” นายวัลลภ กล่าวกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า วัฏจักรต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งนี้ ในส่วนของบริษัทก็ได้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว เช่น ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บริษัทก็ซื้อเหล็กและอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ครบหมดแล้ว ส่วนงานใหม่หากจังหวะดีก็พร้อมจะดำเนินงาน เพราะบริษัทเตรียมเงินสดไว้ในมือตลอดเวลา เมื่อสินค้ามีเมื่อราคาดีก็พร้อมทันที
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมือประมาณ 1,800 ล้านบาท และการที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งและไม่ได้มีหนี้สินเลย ทำให้บริษัทยังมีความสามารถในการกู้ได้อีกเยอะ และปัจจุบันก็มีสถาบันการเงินหลายแห่งพร้อมปล่อยกู้ให้กับบริษัท







