
ทองสัปดาห์นี้ยังไต่ขึ้นแต่ราคาทองโลกยังติดแนวต้าน2,300ดอลลาร์
ทองสัปดาห์นี้ยังไต่ขึ้น แต่ราคาทองโลกอยู่ช่วง 2,200 - 2,300 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และ ความต้องการ Save Heaven หลบภัยสงคราม
หลังราคาทองคำปิดตลาดใกล้ All-Time High และยังทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับสัญญาณทางเทคนิคของราคาทองคำรายวันดูดี เส้น MACD ตัด Signal line ขึ้นมาได้ ทำให้ฮั่วเซ่งเฮงคาดว่าราคาทองคำมีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อ ทั้งนี้เป้าหมายราคาทองคำปีนี้อยู่ที่ 2,300 ดอลลาร์ ซึ่งอาจมี upside เหลือไม่มาก สัปดาห์นี้ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 2,210 ดอลลาร์ และ 2,200 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 2,280 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,300 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 38,200 บาท และ 38,000 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 39,000 บาท
ทองโลกและทองไทยเดือนมี.ค.ปรับขึ้นสูงที่สุดกว่าทุกปีในอดีตผ่านมา
ราคาทองแท่งในประเทศปรับตัวขึ้นแรง ซึ่งล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 38,550 บาท ถือว่าปรับตัวสูงขึ้น 14.56% จากต้นปี ซึ่งในปีนี้ราคาทองคำทำ All-time high ไปแล้ว 19 ครั้ง ราคาทองโลกปรับขึ้น All-time high แตะ 2,234 ดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวขึ้นมา 8.2% จากต้นปี ส่วนเงินบาทอ่อนค่าแตะ 36.50 บาท
โดยทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นแรงกว่าทองคำโลก เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นปัจจัยที่คอยสนับสนุนราคาทองในประเทศ นอกจากนี้ราคาทองโลกและราคาทองไทยเดือนมี.ค.ทุบสถิติปรับตัวขึ้นสูงที่สุดกว่าทุกปีในอดีตที่ผ่านมา โดยราคาทองโลกเดือนมี.ค.นั้นได้ปรับตัวขึ้นกว่า 9.28% ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศได้ปรับขึ้นกว่า 11.42% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของแต่ละปีในอดีตที่ผ่านมา
ทั้งนี้ราคาทองคำยังคงได้รับปัจจัยหนุนจาก แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ตลาดยังคงคาดว่าเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. เป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเกี่ยวกับดอกเบี้ยของสหรัฐนี้ เราอาจตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเป็นเรื่องการเมืองของสหรัฐ เพราะปลายปีนี้จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ธนาคารกลางสหรัฐจึงอาจใช้นโยบายที่เอื้อให้กับรัฐบาล ด้วยการปรับลดดอกเบี้ยลง เนื่องจากในการประชุมครั้งหลังสุดของธนาคารกลางสหรัฐได้ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นกว่าการประชุมครั้งก่อนหน้า
เช่นเดียวกับระดับเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐประเมินว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าการประมาณการครั้งก่อน และหากพิจารณาจากโมเดลการประเมินเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ พบว่าดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันที่ร้อยละ 5.5 สูงกว่าระดับที่ธนาคารกลางสหรัฐคำนวณผ่านโมเดลด้วยสมมติฐานต่างๆ ซึ่งประเมินไว้ที่ร้อยละ 4.7 ดังนั้นโอกาสที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้น่าจะอยู่ที่ราว 2-3 ครั้ง และจะมีการปรับลดเร็วที่สุดราวเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ
ทั้งนี้ ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยังคงต้องจับตาสงครามที่อาจร้อนระอุขึ้นมาได้ ความต้องการทองจากกระแส De-Dollarization รวมถึงความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีนี้ ซึ่งต้องติดตามนโยบายต่างๆของผู้สมัครลงแข่งขันเป็นประธานาธิบดีสหรัฐทั้งพรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกัน
โดยไตรมาสแรกของปีนี้ ผลการเลือกตั้งของแต่ละพรรคออกมาว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายโจ ไบเดน ได้รับชัยชนะในการเป็นตัวแทนของพรรค และหลังจากนี้เป็นต้นไป คาดว่าทั้งสองคนจะกล่าวถึงนโยบาย ที่จะนำมาใช้หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งจะกระทบต่อมุมมองของนักลงทุน ทั้งเรื่องการค้าระหว่างประเทศการลงทุนหรือแม้แต่นโยบายเศรษฐกิจ
ดังเช่นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้กล่าวถึงการนำอัตราแลกเปลี่ยนที่อิงกับราคาทองคำกลับมาใช้ โดยมีการเอ่ยถึงว่าสหรัฐไม่มีทองคำแล้ว ซึ่งประเด็นนี้ยังเป็นข้อกังหาว่า สหรัฐยังคงมีทองคำอยู่หรือไม่? ทั้งนี้จากข้อมูลที่เคยเผยออกมานั้นสหรัฐได้มีการนำทองคำไปเก็บไว้ที่ฟอร์ท น็อกซ์ รัฐเคนทักกี และที่ US Federal Reserve สาขานิวยอร์ก แต่ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีการตรวจสอบเช็กสต๊อกอย่างเป็นทางการมานาน ทำให้เกิดคำถามว่าทองคำที่มีอยู่อาจจะไม่มีก็ได้
อย่างไรก็ตามหากมีการนำอัตราแลกเปลี่ยนที่อิงกับราคาทองคำกลับมาใช้ คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจมากพอสมควร เพราะปริมาณทองคำที่มีอยู่ในโลก มีไม่เพียงพอกับปริมาณการค้าระหว่างประเทศ สภาพคล่องในระบบจะหดหายไป แม้จะทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้น แต่จะกระทบกับภาคส่วนอื่นๆโดยยากจะหลีกเลี่ยง ซึ่งเราประเมินว่า โอกาสที่จะนำมาตรฐานทองคำกลับมาใช้กับอัตราแลกเปลี่ยนคงเป็นไปได้ยาก
ผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 1-5 เม.ย.67 จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดย ศูนย์วิจัยทองคำ 14 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 9 ราย หรือเทียบเป็น 64% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 2 ราย หรือเทียบเป็น 14% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 3 ราย หรือเทียบเป็น 22% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 366 ราย ในจำนวนนี้มี 273 ราย หรือเทียบเป็น 75% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 55 ราย หรือเทียบเป็น 15% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 38 ราย หรือเทียบเป็น 10% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ราคาทองคำ
ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศ สมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 37,350 – 38,550 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 38,550 บาท ต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 1,200 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 37,350 บาท) ดูรายงาน GRC ฉบับก่อนหน้า
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
1. การประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และชาติพันธมิตร (OPEC Plus) เพื่อทบทวนการปรับลดกำลังการผลิต จากการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะอยู่ในภาวะตึงตัว เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และชาติพันธมิตร มีแนวโน้มที่จะยังคงดำเนินนโยบายลดกำลังการผลิต และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในรัสเซียยังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง
2. รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ, ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP, ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของเดือน มีนาคม 2567 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์







