
ไอซีทีเลื่อนส่งผลสรุปเอาผิดเอไอเอสต่อครม.
เอไอเอสใจชื้น ไอซีทีเลื่อนส่งผลสรุปคณะกรรมการมาตรา 22 สั่งฟ้อง 7.5 หมื่นล้านบาท ต่อครม.ไม่มีกำหนด เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบสัญญาสัมปทานยังไม่ได้ข้อสรุป
เอไอเอสใจชื้น ไอซีทีเลื่อนส่งผลสรุปคณะกรรมการมาตรา 22 สั่งฟ้อง 7.5 หมื่นล้านบาท ต่อครม.ไม่มีกำหนด เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบสัญญาสัมปทานยังไม่ได้ข้อสรุป
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า ไม่มีกำหนดที่ชัดเจนว่าผลสรุปของคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน จะสามารถเสนอให้ครม.พิจารณาได้เมื่อไร ซึ่งอาจเลื่อนไปไม่มีกำหนด
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับกรณีที่ผู้บริหารจากสิงเทล ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เดินทางเข้ามาพบ เพราะเป็นการพบเพื่อสวัสดีปีใหม่เท่านั้น แต่การเลื่อนส่งผลต่อครม.นั้น เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการชุดที่ตรวจสอบสัญญาเอไอเอสและชุดตรวจสอบสัญญา ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมายังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร
สำหรับข้อสรุปเบื้องต้นในส่วนของเอไอเอส คณะกรรมการต้องการได้ให้ไอซีทีและครม. ตัดสินใจว่าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 7.5 หมื่นล้านบาทที่ทีโอทีได้รับความเสียหายจากการแก้ไขสัญญา 9 ครั้งหรือไม่ ขณะที่ชุดของดีแทคเห็นว่า การแก้ไขสัญญาไม่มีความผิด เพราะทำให้รัฐได้รับผลประโยชน์มากขึ้น
นายจุติ กล่าวว่า ส่วนโครงการ 3 จี ของ บริษัท ทีโอที นั้น ขณะนี้ทางคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ยืนยันว่าจะเปิดประมูลได้ตามกำหนดวันที่ 28 ม.ค. หากไม่มีผู้ที่ตกประมูลบางรายยืนฟ้อ แต่หากมีการฟ้องร้อง ก็จะส่งผลกระทบต่อการประมูลอย่างแน่นอน
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ด ทีโอที กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ต้องการให้เร่งเจรจากับ กสท โทรคมนาคม ในประเด็นที่คู่สัญญาของ กสทฯ คือ ดีแทค ทรูมูฟ และ ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี หยุดจ่ายค่าเชื่อมต่อเลขหมาย หรือ เอซี (แอ็คเซ็สชาร์) 200 บาทต่อเลขหมายตั้งแต่เดือน 18พ.ย. 2549 เป็นเหตุให้ทีโอทีสูญเสียรายได้ปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท จนถึงขณะนี้เป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจะหมดอายุความในเดือนก.พ.นี้แล้ว และทีโอทีได้ตั้งคณะอนุญาโตตุลาการเพื่อดำเนินการแล้ว ซึ่งการหยุดจ่ายค่าเอซีของเอกชนส่งผลต่อผลประกอบการของทีโอทีในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จากรายได้ที่หายไป แบ่งเป็นดีแทคมูล 9,400 ล้านบาท ทรูมูฟ 3,800 ล้านบาท กสท 900 ล้านบาท และ ดีพีซี 400 ล้านบาท
สาเหตุที่ผู้ประกอบการหยุดจ่ายค่าเอซีแก่ทีโอที เพราะต้องการเข้าสู่ระบบค่าเชื่อมโยงโครงข่าย ในอัตรา 1.07บาทต่อเลขหมาย และการที่ต้องจ่ายค่าเอซีนั้น ถือว่าไม่ยุติธรรมเพราะผู้ประกอบการบางรายที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานของทีโอทีไม่ต้องจ่าย







