posttoday
จุลพันธ์ โยนนายกฯถกแบงก์ชาติ เบรกขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

จุลพันธ์ โยนนายกฯถกแบงก์ชาติ เบรกขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

08 มกราคม 2567

รมช.คลัง ติงกนง.ขึ้นดอกเร็วและแรงเกินไป โยนเป็นภาระกิจนายกฯ หารือแบงก์ชาติ ชี้ธนาคารพาณิชย์กำไรสูงเพราะแข่งขันสมบูรณ์ ยังอยู่ภายใต้กรอบ สั่งแบงก์รัฐตรึงดอกเบี้ยต่ำให้นานที่สุด เพื่อช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ห่วงเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง


นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีธนาคารพาณิชย์มีกำไรสูงกว่า 2.2 แสนล้านบาท ในส่วนของกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มีนโยบายตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ให้นานที่สุด โดยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2566 ทุกแห่งก็มีการตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และ ในช่วงต้นปี 2567 ก็มีการปรับขึ้นเล็กน้อย เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปรับขึ้นดอกเบี้ย MLR แค่ 25 สตางค์เท่านั้น ก็พยายามตรึงกันอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธนาคารพาณิชย์ ที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องมาจากในภาพรวม และตลาดเป็นการแข่งขันสมบูรณ์ มันก็มีความจำเป็นที่ธนาคารต่าง ๆ จะต้องอยู่ภายใต้กรอบการแข่งขันเดียวกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ต่างจากแบงก์รัฐด้วยความที่เป็นธนาคารเพื่อประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อความช่วยเหลือเป็นหลัก เราก็พยายามตรึงให้ได้ยาวนานที่สุด

 

“สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ผ่านมาเร็ว และแรงเกินไปนิดหนึ่ง กระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ตัวอย่างง่าย ๆ เลยอย่างตอนนี้อัตราเงินเฟ้อติดลบมา 2-3 เดือน ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นสถานการณ์ที่กระทรวงการคลังจับตาดูใกล้ชิด” นายจุลพันธ์ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ถามว่าคาดหวังว่าจะให้ กนง.มีการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง ส่วนโอกาสในการหารือกับ ธปท. ในประเด็นนี้หรือไม่ เป็นภารกิจของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่จะมีการพูดคุย เท่าที่ทราบมีการพูดคุยกันเป็นระยะ ซึ่งในประเด็นเหล่านี้ขึ้นกับนายกฯ จะมีโอกาสพบผู้ว่าธปท.หรือไม่ อย่างไร 

 

รมช.คลัง กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน คลังก็มีหน้าที่ทำในกรอบหน้าที่ภารกิจที่มีตามกฎหมาย แน่นอนว่าภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่เงินเฟ้อติดลบส่อไปในทางที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวได้ แต่กลไกของรัฐก็มีหน้าที่ที่จะกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้ประชาชนสามารถอยู่ได้ มีเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่เพียงพอ เป็นกลไกที่เรามีหลาย ๆ ตัว ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ที่ต้องเร่งผลักดันให้ได้เร็วที่สุด กลไกในการใช้งบประมาณไปพลางก่อน ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะต้องดำเนินการ เพราะนี่เป็นเครื่องมือทางการคลังที่เราใช้ได้

 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบจนเกิดภาวะเงินฝืดหรือไม่นั้น ก็อยู่ในการจับตาดูของคลังเหมือนกัน ว่ามีความเสี่ยงในระดับนั้นหรือไม่ ณ ขณะนี้ยังไม่อาจชี้ชัดได้ ส่วนหนึ่งที่อัตราเงินเฟ้อติดลบ 2 เดือน ส่วนหนึ่งจากกลไกเรื่องการช่วยเหลือราคาพลังงาน แต่ถ้าดึงราคาพลังงานออกจากเงินเฟ้อเดือนล่าสุด ก็น่าจะลบ 1.5% ก็ยังติดลบอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ในจุดที่เป็นความเสี่ยงขนาดนั้น
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถาม ธปท. กรณีผลกำไรธนาคารพาณิชย์ จากการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในประเด็นนี้ ธปท.ไม่ได้มีการชี้แจงใด ๆ เพิ่มเติม

 

สำหรับแนวทางการตั้งกองทุนพยุงหุ้นกู้ที่มีปัญหานั้น ยืนยันว่า หากจะดำเนินการก็สามารถทำได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าจำเป็นต้องทำหรือไม่ หรือหากจะทำจะทำในช่วงเวลาใด ส่วนสถานการณ์หุ้นกู้ที่หลายภาคส่วนแสดงความกังวลใจนั้น ยืนยันว่า ปัจจุบัน กระทรวงการคลัง ธปท. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ส่วนกรณีที่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ขอเลื่อนจ่ายเงินต้นหุ้นกู้ 2 ปีนั้น มองว่า เป็นกลไกที่สามารถดำเนินการได้ และอยู่ในกรอบวิสัยที่ทำได้เช่นกัน และการดำเนินการดังกล่าวเป็นการเลื่อนการชำระเท่านั้น ไม่ได้เป็นการผิดนัดชำระแต่อย่างใด


 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี