posttoday
ยังไซด์เวย์...ค่าเงินบาทชี้นำทิศทาง

ยังไซด์เวย์...ค่าเงินบาทชี้นำทิศทาง

20 มกราคม 2554

....พงศ์ภัทร ศิริพิพัฒน์

ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ มีช่วงปรับตัวลงต้นสัปดาห์ก่อนที่จะกลับมาขึ้นกลางสัปดาห์ โดยนักลงทุนต่างชาติแม้ว่าจะมียอดขายสุทธิแต่เป็นระดับที่ลดลงเรื่อยๆ ก่อนกลับมาซื้อสุทธิเล็กน้อย ในขณะที่ปัจจัยทางด้านยุโรปมีพัฒนาการดีขึ้น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีปรับตัวขึ้นมาที่ 15.4 จุดในเดือน ม.ค. จากเดือน ธ.ค.ที่ 4.3 จุด สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 8.0 จุด ในขณะที่ปัญหาทางด้านสภาพคล่องมีแนวโน้มดีขึ้น โปรตุเกส อิตาลีและสเปนสามารถขายพันธบัตรได้สำเร็จด้วยภาระดอกเบี้ยที่ไม่สูงมากนัก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความสามารถในการชำระหนี้ประเทศเหล่านี้ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงตลาดหุ้นไทยคลายกังวลและปรับตัวขึ้น ยอดขายสุทธิของต่างชาติที่ลดลงส่งผลให้ตลาดมีช่วงปรับตัวขึ้น โดยตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาระดับ SET Index ยังคงมีความสัมพันธ์สูงกับค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินบาท

ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นคาดว่าจะเป็นการแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลให้ตลาดแกว่งตัวขึ้นหรือลงแรงได้ ประเด็นที่เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าหรืออ่อนค่าที่จริงแล้วมาจากค่าเงินดอลลาร์เป็นหลัก เนื่องจากลำพังค่าเงินบาทเองนั้นไม่ได้มีปัจจัยให้ปรับตัวขึ้นลงแรงมากนักเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของดอลลาร์มีผลต่อค่าเงินบาทในระดับสูงกว่า โดยการอ่อนค่าของดอลลาร์จะส่งผลให้เงินในรูปบาทเพิ่มขึ้น และเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ในทางกลับกันคือ หากค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าหรือบาทอ่อน จะส่งผลให้เงินลงทุนหรือกำไรของนักลงทุนต่างชาติในรูปบาทมีแนวโน้มลดลง ซึ่งหากอ่อนค่าไปถึงระดับหนึ่งอาจจะชี้นำไปสู่การตัดสินใจขายทำกำไร ปัจจัยดังกล่าวเป็นที่มาที่ทำให้การอ่อนค่าหรือแข็งค่ามีผลต่อตลาดหุ้น

หากวิเคราะห์ตามปัจจัยแล้ว ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินมากที่สุดในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องความกังวลต่อสภาพคล่องในยุโรป โดยประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ คือการขยายขนาดของกองทุน EFSF ที่มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านสภาพคล่องโดยตรง หากมีการขยายขนาดของกองทุนเพิ่มขึ้น จะส่งผลบวกต่อเสถียรภาพของสกุลเงินยูโร ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะมีการเพิ่มขนาดหรือไม่ โดยทางการเยอรมนีออกมากล่าวว่า ยังไม่มีความจำเป็นในการเพิ่มขนาดของกองทุน เนื่องจากประเทศในยุโรปสามารถประมูลพันธบัตรได้สำเร็จ

ทางด้านดอลลาร์มีแรงเทขายออกมาจากความเสี่ยงทางฝั่งยุโรปที่ลดลง ในขณะที่การเยือนสหรัฐของประธานาธิบดีหูจิ่นเทา อาจจะส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์และหยวนได้ ส่วนทางเทคนิค Dollar Index อ่อนค่าลงหลุดต่ำกว่า 78.60 จุด ทำให้มีโอกาสกลับมาปรับตัวลงทดสอบ 78 จุด โดยหากดอลลาร์อ่อนค่าลงจะส่งให้ค่าเงินสกุลเอเชียแข็งค่าขึ้น และตลาดหุ้นในเอเชียจะได้รับประโยชน์

ด้านทิศทางตลาดหุ้นในเอเชีย คาดว่าจะเป็นลักษณะของการเลือกเข้าเฉพาะตลาดมากขึ้น จากสภาพคล่องโลกที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับปีก่อน (การขึ้นดอกเบี้ยของประเทศในเอเชียมีส่วนที่ทำให้สภาพคล่องลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปีก่อนเฟดทำ QE2 ทำให้สภาพคล่องเพิ่มขึ้น) ซึ่งจะเห็นได้ว่าในขณะที่มีแรงเทขายหุ้นในกลุ่ม TIPs ในขณะที่ตลาดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับจีนไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นฮ่องกง หรือตลาดหุ้นไต้หวันปรับตัวขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับพอร์ตเนื่องจากปีที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่ม TIPs ปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงและให้ผลตอบแทนสูง ในขณะที่หุ้นจีนปรับตัวลงมาต่อเนื่อง ทำให้เริ่มเห็นความแตกต่างว่าหุ้นจีนมีระดับราคาที่ถูกกว่าและแนวโน้มตัวเลขเศรษฐกิจยังดี ในขณะที่แนวโน้มหุ้นจีนและหุ้นที่เชื่อมโยงคาดว่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เนื่องจากนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเงินเฟ้อของจีนจะผ่านระดับสูงสุดของเงินในไตรมาส 4 ปี 2010 ไปแล้ว หรืออาจสูงสุดในไตรมาสแรก ปี 2011 นี้ ทำให้ต่อจากนี้แรงกดดันจากทางการจีนที่จากการออกมาตรการชะลอความร้อนแรงเศรษฐกิจจะเป็นระดับที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

“โดยเฉพาะหากผ่านไตรมาสแรก ปี 2011 หรือผ่านช่วงที่สูงที่สุดของเงินเฟ้อจีนไปแล้ว”

ทางด้านยอดซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาตินับตั้งแต่ต้นปี 2553 ตอนนี้ยังเหลืออีก 66,817 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการขายไปแล้ว 19,027 ล้านบาท นับจากยอดซื้อยอดซื้อสะสมสูงสุด คิดเป็นการปรับพอร์ตไปแล้วประมาณ 22% ซึ่งเป็นระดับที่อาจจะเริ่มชะลอการขายได้บ้างใกล้เคียงกับระดับ 30% ที่เคยประเมินไว้ ทำให้ตลาดอาจจะชะลอการลงได้ แนะนำให้ลงซื้อขึ้นขายตามกรอบการแกว่งตัว โดยมีกรอบการแกว่งตัวของตลาดที่ 1,010 และ 980 จุด ส่วนกรอบบนอยู่ที่ 1,040 และ 1,055 จุด โดยให้จับตาค่าเงินบาทหากเริ่มมีเสถียรภาพหยุดอ่อนค่าหรือแข็งค่าขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน