
ไทยคว้าเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank Group ครั้งที่2
คลัง-ธปท. เผยไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank Group ปี 69 ชี้มีเพียง 3 ประเทศที่ได้จัดประชุม 2 รอบ สะท้อนต่างชาติเชื่อมั่นไทย คาดมีผู้ร่วมประชุมกว่า 1.2 หมื่นคน ดันเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ สร้างโอกาส ชู Soft Power-แหล่งท่องเที่ยวให้ทั่วโลกรู้จัก
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และนางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลงข่าวร่วมเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภากองทุนการเงินระหว่างประเทศ และผู้ว่าการธนาคารโลก ปี 2569 ของประเทศไทย
นายพรชัย ฐีระเวช กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารโลก ลงนามในบันทึกความเข้าใจในการที่ไทยจะรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภากองทุนการเงินระหว่างประเทศและผู้ว่าการธนาคารโลก ปี 2569 ซึ่งนับเป็นครั้งที่สอง หลังจากในปี 2534 ที่ไทยได้รับเกียรติและความเชื่อมั่นให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญที่สุดของโลกนี้มาแล้ว โดยคาดว่าในการประชุมปี 2569 จะมีผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กว่า 12,000 คน รวมถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางจากประเทศสมาชิก 190 ประเทศ และหลังจากวันนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานชุดต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐ และเอกชน ที่จะร่วมกันทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน
"การได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกครั้งที่ 2 ของไทย สะท้อนต่างชาติเชื่อมั่นประเทศไทยอย่างมาก เพราะตั้งแต่มีการจัดประชุมมีเพียง 3 ประเทศ เท่านั้น ที่ได้รับเกียรติ คือ ตุรกี ญี่ปุ่น และไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศนานาชาติที่มีต่อประเทศไทย นอกจากเป็นเวทีที่รับฟังความคิดเห็น และเสนอแนะเชิงนโยบายเศรษฐกิจแต่ละประเทศแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ไทยจะได้แสดง"
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ไทยจะทำหน้าที่เป็นเวทีการแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจการเงิน ประสบการณ์เชิงนโยบาย และหารือทิศทางความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเป็นช่องทางการร่วมผลักดันนโยบายการเงินการคลังเพื่อดูแลการเติบโตและเสถียรภาพเศรษฐกิจสำหรับกลุ่มประเทศต่าง ๆ
สำหรับไทยเอง การจัดประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มบทบาทของไทยในเวทีเศรษฐกิจการเงินโลกแล้ว ยังจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการชูจุดแข็งที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นได้ ทั้งในช่วงการประชุมและต่อเนื่องหลังจากนั้น รวมทั้งยังเป็นโอกาสที่ไทยจะแสดงศักยภาพและความพร้อมในการจัดประชุมระดับโลกไปพร้อมๆ กับการนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านการแสดง ศิลปะวัฒนธรรม และอาหาร ให้เผยแพร่ไปทั่วโลกได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่โอกาสทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลัง และธปทท. ขอเชิญชวนผู้สนใจ ทั้งนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมการแข่งขันออกแบบตราสัญลักษณ์ และกราฟิกประกอบเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ ของที่ระลึก รวมทั้งตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ ในห้วงการประชุม โดยควรต้องชูเอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมกับสื่อให้เห็นถึงแนวคิดที่ทันสมัย สะท้อนความเป็นผู้นำและความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 14 มกราคม 2567 ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์และช่องทาง Social Media ของกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย
กระทรวงการคลัง และ ธปท. ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นผู้นำทางด้านการเงิน รวมถึงภาคธุรกิจ นักลงทุน และสื่อมวลชนจากทั่วโลก เพื่อสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านอยากกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง







