
NIAxTED Fundใส่ทุน 200 ล้านบาทต่อยอดมูลค่าธุรกิจนวัตกรรมแตะ 1 พันล้านบาท
NIAxTED Fund ภายใต้กระทรวง อว. ใส่ทุน 200 ล้านบาทต่อยอดมูลค่าธุรกิจนวัตกรรมแตะ 1 พันล้านบาท เผยขีดเส้น 10 ล้านบาทต่อดีล จากรัฐและเอกชนที่ 50:50 แต่หลังสำเร็จต้องจ่ายคืนบวกดอกเบี้ยไม่เกิน 5%
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่ากระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม และเชื่อมั่นว่าการที่นวัตกรรมจะเดินหน้าอย่างก้าวกระโดดนั้น ต้องอาศัยความเข้มแข็งของภาคเอกชนโดยมีภาครัฐเป็นกองหนุนที่สำคัญ
ทั้งนี้จึงเกิดความร่วมมือของ NIA และสํานักงานปลัดกระทรวง อว. (สป.อว.) โดย TED Fund ในการพัฒนากลไกการเงินรูปแบบใหม่ นั่นคือ “กลไกการสนับสนุนเงินทุนอุดหนุนสมทบสำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากความร่วมมือของแหล่งทุนภาครัฐและเอกชน” ซึ่งเป็นกลไกการเงินแห่งแรกที่เชื่อมต่อแหล่งเงินทุนของภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งธุรกิจนวัตกรรมไทยให้สามารถขยายผลเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยงบทุนอุดหนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกว่า 200 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างให้เกิดมูลค่าของธุรกิจนวัตกรรมกว่า 1,000 ล้านบาท ผ่าน
3 แนวทาง ได้แก่ 1) เร่งการเติบโตในการลงทุนทางนวัตกรรมเชื่อมกับการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย 2) กระตุ้นกิจกรรมด้านการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมจากตลาดทุนทางเทคโนโลยี และ 3) เพิ่มจำนวนวิสาหกิจฐานนวัตกรรมที่พร้อมเข้าสู่แหล่งเงินทุนจากภาคเอกชนเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างทางธุรกิจ โดยมุ่งสนับสนุนให้ประเทศไทยมีการสร้างสรรค์ พัฒนา ต่อยอด “ธุรกิจนวัตกรรม” ที่สร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ส่งผลต่อการผลักดันอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก (GII) ของประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น “ประเทศแห่งนวัตกรรม” ต่อไป
ด้านนายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. และประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม กล่าวว่า โครงการ TED Matching Fund ดำเนินการขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการบนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มจำนวนผู้ประกอบธุรกิจรุ่นใหม่ในประเทศ ตลอดจนเป็นตัวเร่งสำคัญที่จะเพิ่มปริมาณการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และร่วมมือกับภาคเอกชนในการร่วมลงทุนช่วยเสริมความแข็งแกร่งกลไกของทุนนี้ พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยฐานนวัตกรรม ในปีงบประมาณ 2567 นี้ TED Fun
โดย TED Fund จะร่วมสนับสนุนทุนอุดหนุนสมทบกำหนดเงื่อนไขการส่งคืนเมื่อโครงการประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ (Recoverable Grant) ซึ่งการสนับสนุนจากฝั่งภาครัฐนั้นสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อโครงการ โดยงบประมาณการร่วมลงทุนจากภาครัฐจะมาจาก 2 หน่วยงาน คือ TED Fund (5 ล้านบาท) และ NIA (5 ล้านบาท)
ภายใต้เงื่อนไขว่า ผู้ที่จะขอรับการสนับสนุนทุนจะต้องได้รับการร่วมลงทุนและการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากผู้ร่วมลงทุนภาคเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับ “TED Fund” เป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าโครงการ ซึ่งผู้ขอรับทุนจะมีระยะเวลาการดำเนินโครงการไม่เกิน 5 ปี และเมื่อดำเนินโครงการประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ตามตัวชี้วัดของโครงการที่วางไว้ ผู้รับทุนต้องส่งคืนเงินตามมูลค่าที่ได้รับการสนับสนุนให้ TED Fund พร้อมดอกเบี้ย (ไม่เกินร้อยละ 5) เพื่อนำไปสนับสนุนผู้ประกอบการรายอื่นต่อไป
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า “จาก 6 ความท้าทายในการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของไทย ได้แก่
เนื่องจากการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพมักมีความเสี่ยงสูง และบ่อยครั้งประสบปัญหาด้านการเงินสำหรับการต่อยอดผลงานและการขยายธุรกิจ กลุ่มนักลงทุนส่วนใหญ่สนใจแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดใหญ่ที่พร้อมสร้างกำไรอย่างรวดเร็ว ซึ่งกลไกการสนับสนุนนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนแล้ว ยังช่วยเร่งจำนวนผลงานวิจัยที่ออกสู่เชิงพาณิชย์ให้เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่ออันดับดัชนีนวัตกรรมโลก (GII) ของประเทศไทยอีกด้วย
โดยทุนดังกล่าวจะสนับสนุนผู้ประกอบร่วมกันระหว่างแหล่งเงินทุนภาครัฐและเอกชนรวมโครงการละกว่า 20 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขส่งเงินอุดหนุนของภาครัฐคืนเมื่อประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ สำหรับในปีงบประมาณ 2567 นี้ NIA ได้รับเงินจัดสรรจาก สกสว. ในการดำเนินการสนับสนุนผู้ประกอบการร่วมกับ TED Fund จำนวนหน่วยงานละ 50 ล้าน ทำให้มีวงเงินสนับสนุนจากแหล่งเงินทุนภาครัฐ 100 ล้านบาท
"การที่ผู้ประกอบการจะเข้าสู่ Growth stage ได้ ต้องมีเงินสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน "
ขณะที่รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาธุรกิจฐานนวัตกรรม (IDEs) ว่าอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ 1 ที่การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้มีความสามารถในการแข่งขันและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ พ.ศ. 2566 – 2570
โดยมี NIA และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เป็นผู้รับผิดชอบในการสนับสนุนสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีให้สามารถพึ่งพาตัวเองและเติบโตกลายเป็นธุรกิจฐานนวัตกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีกลไกการขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน และหนึ่งในกลไกที่ สกสว. ได้จัดสรรงบประมาณผ่าน NIA คือกลไก Corporate co-funding
ด้วยมีเป้าหมายให้เกิดกลไกใหม่ในการส่งเสริม และสร้างโอกาสการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย ทั้งด้านเทคโนโลยีและการเงินของสตาร์ทอัพไปสู่ธุรกิจฐานนวัตกรรม เนื่องจากปัจจุบันสตาร์ทอัพส่วนใหญ่อยู่ในระยะเริ่มต้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากแต่มีรายได้จำกัด ทำให้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้หลุดพ้นจากหุบเขามรณะ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเร่งผลักดัน และสร้างปัจจัยที่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระบบการเงินนวัตกรรมที่เอื้อต่อการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากระยะเริ่มต้นให้เข้าสู่ระยะการเติบโตและต่อยอดการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ







