
dooDecoสร้างแพลต์ฟอร์มบริการตกแต่งภายในมุ่งทำรายได้พันล้านใน3ปี
สตาร์ทอัพ dooDeco สร้างแพลต์ฟอร์มออนไล์คลุม Ecosystem 3 แกนหลักให้บริการตกแต่งภายในแบบ One Stop Service ผันวิกฤติโควิดเป็นโอกาสสร้างการเติบโต คาดทำรายได้ 1 พันล้านภายใน 3 ปี
นายสัญชัย จินดาศรี Co-Founder ของ dooDeco เปิดเผยว่าเกี่ยวกับกิจการสตาร์ทอัพ dooDeco ว่าเป็นการให้บริการรับตกแต่งภายในแบบครบจบในที่เดียวเป็น One Stop Service ตั้งแต่การรับปรึกษา รับออกแบบ รื้อถอนงานเดิมพร้อมรีโนเวท รวมถึงการตกแต่งทุกรายละเอียด สำหรับผู้ที่ต้องการตกแต่ง บ้าน คอนโด บิ้วอิน งบเริ่มต้นเพียง 100,000 บาท ด้วยการสร้าง Ecosystem ระหว่าง 3 แกนหลัก คือ ลูกค้า ดีไซเนอร์ และผู้ผลิต
ทั้งนี้ dooDeco ให้บริการออกแบบให้ลูกค้าฟรี ไม่คิดค่าออกแบบ ซึ่งปกติเจ้าของบ้านจะมีต้นทุนในการออกแบบอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้เจ้าของบ้านประหยัดงบประมาณในส่วนนี้ได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะธุรกิจใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดีไซเนอร์ ช่วยทุ่นแรงให้ดีไซเนอร์มีเวลาโฟกัสที่ความต้องการของลูกค้าและผลิตชิ้นงานออกแบบได้ไวและมากขึ้น
นอกจากนี้ dooDeco ได้คัดสรรผู้ผลิตคุณภาพ ใช้วัสดุได้มาตรฐาน รับช่วงงานผลิตและติดตั้ง ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาติดต่อผู้ผลิตหรือช่างหลายราย และยังมีบริการที่พิเศษไปอีกขั้น คือ มีผู้รับผิดชอบโครงการ (Project Manager) คอยควบคุมดูแลงานตั้งแต่ต้นจนส่งมอบงาน โดยมีเครื่องมือในการควบคุมงานให้เป็นมาตรฐานและมีคุณภาพ ลูกค้าไม่ต้องยุ่งยากติดต่อช่างหลายคน หรือกังวลเรื่องช่างทิ้งงาน เรียกได้ว่า dooDeco ช่วยเจ้าของบ้านเนรมิตห้องในฝันได้อย่างประหยัดต้นทุน ประหยัดเวลา ด้วยวัสดุได้มาตรฐาน รับประกัน 1 ปี
สัญชัย เปิดจุดเริ่มต้นของ dooDeco ว่า เป็นช่วงที่ตัวเขาต้องการตกแต่งห้องที่บ้าน จึงได้สำรวจตลาด แล้วพบว่ายังไม่มีธุรกิจตกแต่งภายในรายไหนที่ให้บริการทั้งในส่วนที่ออกแบบและติดตั้งจบในที่เดียว ส่วนใหญ่จะต้องคุยกับดีไซน์เนอร์และหาผู้รับเหมามาต่างหาก ทำให้เจ้าของบ้านต้องคุยกับหลายฝ่าย ซึ่งเห็นว่าจุดนี้เป็นโอกาสทางตลาด เมื่อมีจังหวะที่จะทำธุรกิจของตัวเองขึ้น จึงนึกถึงปัญหาที่ประสบมาและได้เริ่มศึกษา Pain Point ของ 3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เจ้าของบ้าน ดีไซเนอร์ และผู้ผลิต นานเกือบ 1 ปี
กระทั่งพบว่า เจ้าของบ้านมักต้องเผชิญปัญหา ที่ต้นทุนว่าจ้างออกแบบ ออกแบบเสร็จต้องติดต่อช่างหลายคน พอผลิตจริง ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ งบบานปลาย ส่งมอบงานล่าช้า หรือช่างทิ้งงาน ด้านดีไซเนอร์ คนรุ่นใหม่นิยมงานฟรีแลนซ์มากกว่างานประจำ แต่รายได้ไม่แน่นอน ไม่มั่นคง และใช้เวลามากในการออกแบบ ฝั่งผู้ผลิตที่ไม่ได้ทำการตลาดจริงจัง จะหาลูกค้าได้ไม่สม่ำเสมอ บางเดือนออเดอร์เกินกำลังผลิต หรือบางเดือนไม่มีออเดอร์เลย
"การเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ แม้ดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราหมดเลย แต่ก็ท้าทาย พอจะตัดสินใจที่จะทำธุรกิจใหม่ ก็นึกถึง Pain Point หรือจุดที่เราเคยประสบปัญหาขึ้นมา ก็มองว่าน่าจะทำธุรกิจที่มาช่วยเรื่องพวกนี้ก็น่าสนใจ จึงเริ่มลงมือศึกษาธุรกิจ interior design ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง มี Pain Point อะไร ก็พยายามที่จะหา solution เพื่อมาตอบโจทย์พวกนี้ ก็เลยคิดว่าควรสร้างแพลตฟอร์มที่ให้ทุกคนมา connect กันได้"
ดังนั้นจึงมาซึ่งการก่อตั้งกิจการสตาร์ทอัพ dooDeco ขึ้นเพื่อเป็นตัวกลางเข้ามาแก้ Pain Point ทุกฝ่าย โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย จึงเกิดเป็น Ecosystem ที่ตอบโจทย์ ดีไซเนอร์เดิมออกแบบได้เดือนละ 3-4 ชิ้น ปัจจุบันทำได้ 10 ชิ้นต่อเดือน ผู้ผลิตเองได้ไฟล์ดิจิทัลไปผลิตต่อเองได้เลย ไม่ต้องเตรียมแบบผลิต เรียกว่า วิน-วินทุกคน นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดให้บริการแยกกัน ระหว่างผลิตเฟอร์นิเจอร์ กับรีโนเวท จึงรวม 2 เรื่องไว้ด้วยกัน เป็น One Stop Service ของคนมีบ้าน จึงเป็นที่มาของธุรกิจ dooDeco
นายสัญชัย กล่าวว่า หลังเปิดให้บริการออนไลน์มา 2 ปี มีดีไซเนอร์กว่าร้อยคน ออกแบบโดยเน้นทำความเข้าใจความต้องการและไลฟ์สไตล์ลูกค้าเชิงลึก มีลูกค้าให้การตอบรับอย่างมาก ทั้งลูกค้าบุคคล และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นที่มาของการเปิดโชว์รูม dooDeco อย่างเป็นทางการขึ้น พร้อมให้ลูกค้ามาสัมผัสงานจริง ที่ ศูนย์การค้าคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) อาคาร SCG Home Experience
อย่างไรก็ตามแม้ว่าช่วงวิกฤติโควิด-19 จะสร้างผลกระทบเชิงลบกับหลายกลุ่มธุรกิจ แต่กลับกลายเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจเกิดใหม่อย่าง dooDeco ที่อยุ่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เนื่องจากเป็นช่วงที่ลูกค้าต้องทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home ทำให้ลูกค้าตอบรับบริการดีมากตั้งแต่ในช่วงทดสอบตลาด ซึ่งเมื่อขยายธุรกิจเต็มตัวก็มีการตอบรับดีมาก เป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงานและต้องการสร้างบ้านหลังแรกของตัวเองรือ กับเป็นกลุ่มที่ทำงานมาระยะหนึ่งแล้วอยากจะตกแต่งบ้านให้กับครอบครัว
สำหรับแผนงานของ dooDeco ในระยะต่อไปนั้น นายสัญชัยเปิดเผยว่า มีแผนนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้ผลิตงานดีไซน์ได้มากขึ้นอีกเท่าตัวจากปัจจุบัน รวมถึงช่วยให้ประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้น เช่นส่งแบบจากดีไซเนอร์ไปที่โรงงานโดยตรงเพื่อผลิตชิ้นงานได้เลย
เช่นเดียวกับช่วยให้ช่างสามารถติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบอื่น ๆ ได้ตรงตามที่ดีไซเนอร์ออกแบบไว้ เพื่อให้นอกจากได้ปริมาณงานมากขึ้น กระบวนการรวดเร็วขึ้นแล้ว ยังลดต้นทุนได้มากขึ้นด้วย นั่นคือสุดท้ายแล้วลูกค้าจะได้บ้านที่สวยด้วยราคาที่ถูกลง
"นอกจากนี้ยังมีแผนขยายจุดให้บริการไปต่างจังหวัดตามหัวเมืองอื่น ๆ เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าที่จะสร้างรายได้ให้ถึง 1 พันล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้าจากปัจจุบันที่เฉลี่ย 100 ล้านบาทต่อปี"







