
สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง CEO บลจ.แมนูไลฟ์
....เจียรนัย อุตะมะ
“
สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2553 หลังจากรับหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุนในกองทุนสัญชาติแคนาดานี้มานานถึงกว่า 3 ปี และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำองค์กรผลงานล่าสุดของ บลจ.นี้เมื่อสิ้นปี 2553 ผลตอบแทนจากกองทุนหุ้นนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนมา 3 ปีครึ่ง ให้ผลตอบแทน 61.8% มากกว่า SET 50 ที่ให้ผลตอบแทนเพียง 28.9% ขณะที่กองทุนแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ อิควิตี้ ที่ลงทุนในหุ้นจีนให้ผลตอบแทน 6.3% น้อยกว่าตลาดหุ้นจีนที่ให้ผลตอบแทน 13% ทั้งนี้เพราะค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น 12%
จากก่อนหน้านี้ปี 2552 กองทุนภายใต้การบริหารของเขาติดอันดับ 3 ใน 20 กองทุนยอดเยี่ยมของบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ (ประเทศไทย) คือกองทุนที่ลงทุนหุ้นในประเทศยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ คือ แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิเมอร์จิ้ง อีสเทอร์น ยุโรป เอฟไอเอฟ ที่เน้นลงทุนกองทุน Manulife Emerging Eastern Europe Fund (Class A) (MasterFund) ให้ผลตอบแทน 77.82% อีก 2 กองทุน ได้แก่ แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว และแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ อิควิตี้ ที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย
“
หลักการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูง คือ การเลือกหุ้นลงทุนรายตัวและมีทีมงานต่างประเทศคอยช่วยดูจังหวะการไหลเข้าออกของทุนต่างชาติ เพื่อทำให้ไม่พลาดถ้าตลาดปรับตัวขึ้นลง ทำให้ผลตอบแทนสูงอย่างสม่ำเสมอและเน้นลงทุนในหุ้น SET 50 โดยถือเงินสดให้น้อยที่สุดเพียง 5% เท่านั้น”“
สุขวัฒน์” มีประสบการณ์ในวงการตลาดทุนมานานกว่า 16 ปี จบปริญญาตรีสาขาการบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเวสต์จอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นผู้สอบบัญชีได้รับอนุญาต (CPA) และขึ้นทะเบียนเป็น Chartered Financial Analyst (CFA)บลจ.แมนูไลฟ์ เปิดตัวเมื่อเดือน พ.ค. 2550 จนกระทั่งบัดนี้มีกองทุนทั้งในและนอกประเทศ 9 กองทุน สินทรัพย์ภายใต้การบริหารสูงถึง 6,000 ล้านบาท
“
สุขวัฒน์” เข้าร่วมงานกับ บลจ.แมนูไลฟ์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2549 ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน หลัง “อลัน แคม” ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้ามาวางระบบขอใบอนุญาตกองทุนรวมต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และได้ใบอนุญาตวันที่ 18 ก.ย. 2549หน้าที่ของเขา คือ ดูแลสายงานด้านบริหารความเสี่ยง กำกับการลงทุน และบริหารงานด้านการลงทุน โดยมีผู้จัดการกองทุน 2 คน โดยการลงทุนของ บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) จะต้องเชื่อมโยงกับการลงทุนของกลุ่มแมนูไลฟ์ ไฟแนนเชียล ด้วย
ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บลจ.แมนูไลฟ์ กล่าวว่า ที่ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับแมนูไลฟ์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารกองทุนแบบระบบสากล และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตรงกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ทำมา
ตำแหน่งก่อนที่ชายหนุ่มคนนี้จะรับหน้าที่สำคัญในแมนูไลฟ์ เขาเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส
“
ตอนผมเข้ามาคุยกับเฮดฮันเตอร์และผู้บริหารของแมนูไลฟ์ ทั้งคุณอลัน แคม และผู้บริหารระดับสูงสุดที่ฮ่องกง ก็ไม่คิดว่าจะตัดสินใจมา แต่เมื่อคุยแล้วก็รู้สึกว่าอยากเรียนรู้การบริหารงานระดับสากลจึงตัดสินใจได้”ก่อนได้รับการโปรโมตเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส ในฐานะผู้จัดการกองทุนอาวุโส ที่ได้ใบอนุญาตจัดการกองทุนรวมปลายปีนี้ 2547 บลจ.แห่งนี้ได้สร้างชื่อบริหารกองทุนส่วนบุคคลได้ 2 ปีก่อนหน้านั้น และฟันกำไรให้นักลงทุนส่วนบุคคลสิ้นปี 2546 สูงถึง 136% ชนะดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ขึ้นไป 116% โดยมีเขาเป็นผู้ร่วมบุกเบิก
“
สุขวัฒน์” เป็นบุตรชายคนสุดท้องของครอบครัว “ประเสริฐยิ่ง” ที่มี “อรรถพล” เป็นลูกชายคนโต ที่ปัจจุบันเป็นผู้บริหารบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คนกลางคือ “สรรสิริ” ผู้จัดการสาขาราชวงศ์ ธนาคารกรุงไทย ทั้งสามคนล้วนแล้วแต่จบทางด้านธุรกิจทั้งสิ้น โดยพี่ชายของเขา “สรรสิริ” จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา สหรัฐอเมริกา และ “อรรถพล” จบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลังเรียนจบได้งานแรก คือ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัท เอินส์น แอนด์ ยัง เคพีเอ็มจี พีท มาร์วิค หาประสบการณ์ได้ 4 ปี ย้ายไปเป็น ET Executive Trainee ที่ บลจ.ทิสโก้ และไต่เต้าเรื่อยมาจนกระทั่งเติบโตขึ้นเป็นผู้จัดการกองทุนอาวุโส (25392543)
“
ผมโชคดีได้หัวหน้าใจดีเลื่อนตำแหน่งให้ผมเร็ว อยู่ทิสโก้ดูแลกองทุน ตราสารหนี้ เหนื่อย เพราะเป็นจังหวะช่วงวิกฤต เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ต้องลงทุนแบบระมัดระวัง และเป็นโชคดีที่ไม่ได้ซื้อหุ้นกู้ที่เบี้ยวหนี้ ทำให้ไม่มีความเสียหาย ก็อยู่ที่นั่นจนกระทั่งเศรษฐกิจฟื้น จากบริหารกองทุนตราสารหนี้ ก็ย้ายมาบริหารกองทุนหุ้นในช่วงปี 25422543 จากนั้นมีคนโทร.เข้ามาชวนไปอยู่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เจเอฟธนาคม โดยการแนะนำของรุ่นพี่ ตอนนั้นคุณกรณ์ จาติกวณิช เป็นกรรมการผู้จัดการ ในขณะที่คุณมนตรี ศรไพศาล ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว”ช่วงระยะเวลาที่อยู่ บล.เจเอฟ ธนาคม (25432545)
“สุขวัฒน์” บริหารกองทุนทั้งตราสารหนี้ และกองทุนหุ้นได้ผลตอบแทนดี ชนะดัชนีตลาด จากนั้น “ลัดดาวัลย์” ให้คนโทร.ชวนเขามาทำงานที่แอสเซท พลัส และอยู่แอสเซท พลัส 5 ปี จึงย้ายมาอยู่ที่แมนูไลฟ์“
ถ้าเทียบสไตล์การบริหารกองทุนแมนูไลฟ์และ บลจ.แอสเซท พลัส ผมว่าแมนูไลฟ์มีกรอบการลงทุนมากกว่า อย่างเราลงทุนซื้อพันธบัตร ต้องส่งรายงานภาพรวมรัฐบาลไทยส่งเขาปีละครั้ง และหน้าที่ผมที่นี่ดูภาพกว้างเน้นประสานงานการลงทุนระหว่างเครือข่าย โดยเฉพาะกับฮ่องกง”การเป็นประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุนปัจจุบันนี้ไม่ใช่ฝันของเขาเมื่อครั้งวัยเด็ก
“
มาถึงวันนี้ ผมคิดว่าตัดสินใจถูกต้องที่เรียนด้านนี้ เพราะถ้าเรียนวิศวะ ป่านนี้จบมาคงไม่ได้ทำอะไร นอกไปจากเป็นเซลส์แมนคุยกับโรงงาน”“
สุขวัฒน์” เอนทรานซ์ได้เรียนปริญญาตรีบริหารธุรกิจ ด้านบัญชี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์“
ผมว่าบัญชีเป็นรากฐานที่ดี เวลาเรียนผมจับภาพใหญ่ได้ ทำให้เกรดออกมาดีระดับเอ”ระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ไม่มีระดับชนชั้นของผู้เรียนแห่งนี้ เขายังทำกิจกรรมเป็นนักเปียโนของวงทียูแบน ของมหาวิทยาลัยอีกด้วย เรียกว่า เรื่องนี้ฝังมาในสายเลือดเลยทีเดียว
“
บ้านผมอยู่ฝั่งธนบุรี คุณแม่ชอบเล่นเปียโน ที่บ้านจึงมีเปียโน ทำให้พวกผมเรียนรู้ไปในตัว จะสนิทกับคุณแม่มาก ผมกับวงทียูแบนจะไปเล่นตามงานต่างๆ สนุกมากในช่วงนั้น”ในวัยเด็กกว่านั้น เขาเคยเปลี่ยนฝันไปเรื่อย ด้วยความไม่รู้เดียงสา
“
ผมเคยบอกที่บ้านว่า อยากเป็นคนเก็บตั๋วหนัง โตมาอยากเป็นสถาปนิก จนกระทั่งเรียนที่สวนกุหลาบ อาจารย์ให้วาดรูปใบไม้ ของเราวาดก็ว่าสวยแล้ว ไปเทียบของเพื่อนเหมือนจริงมากกว่า ทำให้ลังเล ได้ไปปรึกษาพี่ชาย ตอนหลังเลยเลือกเอนทรานซ์คณะวิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ เป็นเพราะเราไม่เห็นภาพในตอนเด็ก”เวลาว่างวันเสาร์อาทิตย์ ส่วนใหญ่ของ
“สุขวัฒน์” เขาชอบอ่านหนังสือทุกประเภท ดูหนัง ฟังเพลงชายคนนี้แต่งงานแล้วกับทันตแพทย์โรงพยาบาลเทพธารินทร์ และมีลูกสาว 2 คน ในวัย 10 ขวบ และ 8 ขวบ เขาเป็นสารถีขับรถไปส่งทุกเช้า ช่วงเย็นเป็นหน้าที่ของภรรยาที่เลือกเวลาทำงานได้...จนถึงบัดนี้ นับว่าชีวิตด้านการงานและครอบครัวค่อนข้างลงตัวแล้ว...







