
390บริษัทเก่งราคาขึ้นปี’53บจ.เกินบุ๊กเพิ่ม
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2553 ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ 1,032.76 จุด เพิ่มขึ้น 40.60% จากสิ้นปี 2552 นับว่าสูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชีย เป็นรองเฉพาะอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้น 46.13% โดยราคาหุ้นทุกกลุ่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มบริการ สูงกว่าดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์
ขณะเดียวกันมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นจำนวน 390 บริษัท คิดเป็น 76% ของบริษัททั้งหมด โดยหลักหุ้นในกลุ่ม SET51100 ให้ผลตอบแทนส่วนต่างราคาหุ้น (แคปปิตอลเกน) เฉลี่ย 78% ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่น นอกจากนี้ บจ.ที่มีสัดส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (บุ๊กแวลู) ต่ำกว่า 1 เท่า (P/BV < 1 เท่า) ณ สิ้นปี 2553 เหลือเพียง 189 บริษัท จาก 258 บริษัท ณ สิ้นปี 2552
สำหรับผู้ลงทุนที่มีบัญชีซื้อขายสม่ำเสมอ 1 ครั้งต่อ 1 เดือน ในไตรมาส 4 ของปี 2553 มีจำนวน 1.8 แสนบัญชี คิดเป็น 40% ของจำนวนบัญชี 6 แสนบัญชี เทียบกับช่วงต้นปี 2553 อยู่ที่ 1.2 แสนบัญชี
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนมีการซื้อขาย 5 ล้านบาทต่อบัญชีต่อเดือน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับต้นปี 2553 อยู่ที่ 5 ล้านบาทต่อบัญชี ขณะเดียวกันบัญชีซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์พยายามสนับสนุน เพราะพฤติกรรมการลงทุนของกลุ่มนี้จะเป็นการศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเอง และทำความเข้าใจได้ดีกว่ากลุ่มที่ลงทุนผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) โดยขณะนี้มีบัญชีซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต 7.6 หมื่นบัญชี หรือคิดเป็นสัดส่วน 27% ของมูลค่าการซื้อขาย เทียบกับสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 4 หมื่นบัญชี หรือ 20% ของมูลค่าการซื้อขาย







