
ไวไวอึดรอชี้ชะตาราคาสิ้นมี.ค.
โพสต์ทูเดย์
— ไวไว ชี้ต้นทุนพุ่ง 30% โยนฝ่ายบริหารตัดสินใจปรับราคาใหม่สิ้นเดือน มี.ค.นี้น.ส.เบญญาภา ปริญณรัฐ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่ชงกึ่งสำเร็จรูปตรา
“ควิกแสบ” เปิดเผยว่า จากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบริษัทเพิ่มขึ้นไปแล้ว 30% ยังไม่รวมวัตถุดิบสำคัญอื่นๆ อาทิ แป้งสาลี ที่ส่งสัญญาณว่าจะปรับราคาเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนการขนส่งสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันทั้งนี้ บริษัทจะยังคงตรึงราคาสินค้าไว้ให้นานที่สุด แต่จะทบทวนแผนงานทุก 3 เดือน เพื่อตั้งรับธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคาดว่าในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ ฝ่ายบริหารอาจพิจารณาราคาสินค้าว่าเหมาะสมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
เช่น ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น30% จากการปรับราคาน้ำมันปาล์ม ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2 บาท ซึ่งบริษัทเองจะใช้ความระมัดระวังในการขึ้นราคาสินค้า ด้วยไม่อยากให้ภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีความผันผวนตลอดทั้งปี เหมือน 3ปีที่ผ่านมาจากการปรับราคาสินค้าขึ้น1 บาท เป็นต้น
สำหรับปีนี้ บริษัทจะใช้งบตลาด 100 ล้านบาท จัดกิจกรรมสำหรับแบรนด์ควิกแสบ ภายใต้กลยุทธ์ดนตรีและกีฬามากกว่า 30 อีเวนต์ตลอดปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 7% ในปีที่ผ่านมาเป็น 10% ในปีนี้จากตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาทคอนเสิร์ต
“ควิกแสบ...มันส์เข้าเส้น” นำทีมวงดนตรี แทททู คัลเลอร์, ซูเปอร์เบเกอร์, มาเกนตา, เดอะ โมโน และ ดา เอ็นโดพิน ไปยังภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคมากขึ้นสำหรับกิจกรรมดังกล่าว สอดคล้องกลยุทธ์การทำตลาดสินค้าที่จะมุ่งให้ควาสำคัญในช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไปมากขึ้น โดยปรับสัดส่วนใหม่เป็นช่องทางร้านค้าปลีกดั้งเดิมสัดส่วน 40% เดิม 30% และช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ สัดส่วน 60% จากเดิม 70% โดยบริษัทคาดว่าในปี54 นี้ จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 7% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทแม่ผู้ผลิตสินค้าได้เพิ่มกำลังการผลิต
“ควิกแสบ” บรรจุถ้วยอีก 1 เท่าตัว หรือ อยู่ที่ 60 ล้านถ้วยต่อปี จากเดิมผลิต 35 ล้านถ้วยต่อปี และแบบบรรจุซองปัจจุบันอยู่ที่ 1,000 ล้านซองต่อปี ขณะที่ตลาดบะหมี่ชงกึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยมีมูลค่าราว 1.2หมื่นล้านบาท






