posttoday
บิ๊กโตโยต้าขู่ย้ายฐานผลิต

บิ๊กโตโยต้าขู่ย้ายฐานผลิต

19 มกราคม 2554

หากโครงสร้างภาษีใหม่กระทบ โยกอยู่ในอาเซียนเล็งอินโดฯ

โพสต์ทูเดย์ — โตโยต้าคำราม หากโครงสร้างภาษีใหม่กระทบต้นทุน เล็งย้ายฐานผลิตไปอินโดนีเซีย ชี้ค่าเงินกระทบต้นทุนมากอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ควรทำให้แข่งลำบากขึ้น

นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า หากรัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีอุตสาหกรรมยานยนต์ แล้วส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกด้วย เนื่องจากต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น

หากเกิดผลกระทบจริง บริษัทแม่ก็อาจจะพิจารณาเงื่อนไขการลงทุนในประเทศไทยใหม่ เนื่องจากมองว่าอาจจะแข่งขันกับฐานผลิตอื่นได้ลำบากขึ้น และอาจจะมีการพิจารณาย้ายฐานการผลิตไปไว้ที่ประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน เช่น ประเทศอินโดนีเซียแทน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิต

“ปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทได้ส่งผลกระทบต่อเรื่องต้นทุนการผลิต และการตัดสินใจในเรื่องการลงทุนอยู่แล้ว หากรัฐบาลทำการปรับโครงสร้างภาษีใหม่แล้ว เกิดผลกระทบต่อการแข่งขันของอุตสาห กรรม บริษัทแม่ก็อาจจะจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการลงทุนในแผนการผลิตใหม่” นายทานาดะ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย อยู่ระหว่างการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตที่โรงงานบ้านโพธิ์ เพื่อผลิตรถยนต์ในโครงการไอเอ็มวี โดยจะลงทุนแล้วเสร็จในเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ ขณะที่แผนลงทุนในโรงงานอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ตัดสินใจ

นายทานาดะ กล่าวว่า บริษัทคาดยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยรวมปี 2554 อยู่ที่ 8.6 แสนคัน เติบโต 7.4% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 3.852 แสนคัน เติบโต 11.1% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 4.748 แสนคัน เติบโต 4.6% และรถกระบะ 1 ตัน 3.75 แสนคัน เติบโต 7.9%

“โตโยต้ามั่นใจว่าตลาดรถยนต์ในปี 2554 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจรวมของไทยมีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อตลาดรถยนต์ในปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องมาถึงปีนี้” นายทานาดะ กล่าว

สำหรับเป้าหมายการจำหน่ายโตโยต้าปีนี้ 3.6 แสนคัน เติบโตขึ้น 10.4% คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 41.9% แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 1.62 แสนคัน เติบโต 14.3% คิดเป็นส่วนแบ่ง 42.1% รถเพื่อการพาณิชย์ 1.98 แสนคัน เติบโต 7.4% คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 41.7% ในจำนวนนี้เป็นปิกอัพ 1 ตัน 1.58 แสนคัน เติบโต 9.6% คิดเป็นส่วนแบ่ง 42.1%

นอกจากนี้ โตโยต้ายังเดินหน้าส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายการส่งออกในปี 2554 ที่ 3.64 แสนคัน คิดเป็นมูลค่า 1.39 แสนล้านบาท และมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนอีก 5.99 หมื่นล้านบาท รวมมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1.989 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 5% จากปีที่ผ่านมา

รวมถึงการขยายแผนงานอื่น ๆ เพื่อรองรับการเติบโต อาทิ การขยายโชว์รูมที่ทำตลาดรถยนต์มือสองในโครงการโตโยต้า ชัวร์เพิ่มจาก 56 แห่งเป็น 70 แห่งในปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายการจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นคัน หรือเติบโตกว่า 30% จากยอดขายที่ทำได้ 1.5 หมื่นคันในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ยอดจำหน่ายรถยนต์ในปี 2553 ถือว่ามีการเติบโตเป็นสถิติใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยมียอดจำหน่ายรวม 800,357 คัน คิดเป็นอัตราเติบโต 45.8% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 346,644 คัน เติบโต 50.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 453,713 คัน เติบโต 42.3% ในจำนวนนี้เป็นรถกระบะ 1 ตัน 347,314 คัน เติบโต 40.1%

สำหรับยอดผลิตรถยนต์ในโรงงานของโตโยต้าทั้งสามแห่งในประเทศไทย เป็นอันดับ 2 ของโลกในการผลิตจากบริษัทเดียวรองจากญี่ปุ่นรองจากโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และเป็นประเทศที่มียอดจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าเป็นอันดับ 4 ของโลก ต่อจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและจีน เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท