posttoday
ครม.เคาะแล้ว คณะกรรมการขับเคลื่อนแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท

ครม.เคาะแล้ว คณะกรรมการขับเคลื่อนแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท

03 ตุลาคม 2566

ครม.ไฟเขียว แต่งตั้งคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ตามที่คลังเสนอ โดยมีนายกฯเป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนเงิน 1 หมื่นบาท ถึงมือประชาชน ภายใน 1 ก.พ.67

วันนี้(3 ต.ค.66) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการแต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet 

 

สำหรับ คณะกรรมการขับเคลื่อนเงินดิจิทัลฯ จะมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน โดยคณะกรรมการฯชุดใหญ่จะประกอบไปด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ รัฐสภา สถาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง กลุ่มธนาคารต่างๆ สมาคมธนาคาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดการครอบคลุมโครงการตั้งแต่ ต้นน้ำและปลายน้ำ อาทิ พิจารณาแนวนโยบาย กรอบงบประมาณ แหล่งที่มาของเงิน กลไกล หรือช่องการทางจ่ายเงิน ไปจนถึงการตรวจสอบการทุจริตืและการติดตามปัญหาและอุปสรรคของโครงการ เป็นต้น และเมื่อดำเนินจนจบโครงการแล้ว คณะกรรมการจะต้องมีการสรุปผลการทำงานที่ผ่านมา เพื่อรายงานครม.เพื่อรับทราบต่อไป 

 

สำหรับคณะกรรมการชุดใหญ่ จะประกอบไปด้วยคณะกรรมการจำนวน 20 คน  โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน 4 คน ได้แก่

นายปานปรีย์  พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ

นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) เป็นรองประธาน 

 

 

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คาดว่าจะเริ่มประชุมนัดแรกได้ภายในสัปดาห์นี้ และจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดของโครงการได้ภายในเดือนตุลาคม 2566 ส่วนการเริ่มต้นโครงการนั้น ยังตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเริ่มตั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ตามเป้าหมายเดิม

 

"คณะกรรมการฯได้นัดหมาย ประชุมนัดแรกภายในสัปดาห์นี้ อาจะเป็นวันที่ 5-6 ต.ค.นี้  โดยจะมีการมอบนโยบายจากนายกฯ รวมถึงตั้งคณะอนุกรรมการชุดเล็กเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย มีตนเป็นประธาน และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการ รมว.คลัง ทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวนโยบายต่างๆ โดยมีหน้าที่รวบรวมประเด็นต่างๆ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่เห็นชอบรายละเอียด " นายจุลพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัลไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.เงินตรา ของธปท. หลังได้มีการหารือกับธปท.แล้ว และยืนยันว่าจะนำเทคโนโลยีบล๊อกเชนมาใช้โครงการนี้แน่นอน เพราะเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัย และโปร่งใส่อย่างมาก 

 

พร้อมปฎิเสธ ถึงกระแสข่าว กระทรวงการคลังมีแนวคิดจะเพิ่มเพดานหนี้ตามมาตรา 28 เป็น 45% จาก 32% ว่า ไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่า แนวทางของการเพิ่มเพดานหนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะต้องไปหารือกันในคณะอนุกรรมขับเคลื่อน ซึ่งจะมีทางเลือกต่าง ๆ ออกมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ก่อนจะสรุปรายละเอียดเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ 

 

อย่างไรก็ตามยืนยันว่า รัฐบาลยึดมั่นในกรอบวินัยการเงิน การคลัง โดยให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาดำเนินโครงการ และสามารถทำโครงการดังกล่าวได้ตามเป้าหมายที่ประกาศไว้  

 

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่า อาจมีการขยายกรอบรัศมีการใช้เงินดิจิทัลจาก 4 กิโลเมตร หลังได้รับเสียงสะท้อนจากหลายภาคส่วน ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้คณะกรรมการฯพิจารณาอีกครั้ง โดยมาตรการนี้ จะเน้นให้ทุกคนได้รับประโยชน์ด้วยกันหมด ทั้งผู้ที่อยู่ในระบบภาษี และนอกระบบภาษี โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบรัดกุมแล้ว เชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไทย

 

"เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะทำให้เกิดพายุทางเศรษฐกิจ ทั่วประเทศ ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจตามมา โดยตั้งเป้าเกิดการเพิ่มขึ้นของจีดีพีอย่างต่ำ 5% และยังมีมาตรการหรือกลไกอื่นๆเข้ามาหนุนรวมอีกตามแผนควิกวินของรัฐบาล "นายจุลพันธ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน