posttoday
น้ำท่วมออสเตรเลียกระทบเหล็กนำเข้าราคาพุ่ง

น้ำท่วมออสเตรเลียกระทบเหล็กนำเข้าราคาพุ่ง

18 มกราคม 2554

หวั่นน้ำท่วมออสเตรเลียทำราคาวัตถุดิบและเหล็กในตลาดโลกผันผวน กระทบผู้นำเข้าไทยทำให้ราคาเหล็กในประเทศสูงขึ้นด้านการใช้เหล็กปีนี้คาดโต10%อยู่ที่15 ล้านตัน

หวั่นน้ำท่วมออสเตรเลียทำราคาวัตถุดิบและเหล็กในตลาดโลกผันผวน กระทบผู้นำเข้าไทยทำให้ราคาเหล็กในประเทศสูงขึ้นด้านการใช้เหล็กปีนี้คาดโต10%อยู่ที่15 ล้านตัน

นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศออสเตรเลีย จะส่งผลกระทบให้ระดับราคาเหล็กในตลาดโลกมีความผันผวนสูงทั้งระดับราคาวัตถุดิบ เช่น ถ่านหิน แร่เหล็ก และราคาผลิตภัณฑ์เหล็ก ซึ่งจะกระทบต่อไทยในฐานะผู้นำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ เนื่องจากส่วนต่างราคาที่นำเข้าและราคาขายในระประเทศแตกต่างกันมาก ส่วนผู้ผลิตที่ทำกิจการครบวงจรจะได้รับประโยชน์ไป

สำหรับราคาเหล็กในประเทศ อาจจะมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเหล็กแผ่นรีดร้อน ที่ระดับราคาขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 600 เหรียญสหรัฐต่อตัว จากระดับ 200 เหรียญสหรัฐ  เนื่องจากไทยต้องนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต ส่วนราคาเหล็กเส้นอาจจะไม่ปรับตัวสูงมากนัก เพราะราคาในภูมิภาคและราคาในประเทศไม่แตกต่างกันมาก

อย่างไรก็ตาม คงจะไม่ได้กระทบต่อการบริโภคเหล็กของประชาชนทั่วไปมากนัก โดยเฉพาะในภาคการก่อสร้าง เพราะที่ผ่านมาราคาเหล็กเคยขึ้นไปสูงถึงระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐ ระดับราคาที่อยู่ในขณะนี้จึงยังพอรับได้ ส่วนโอกาสที่ราคาจะสูงถึง 1,200 เหรียญฯ คงยาก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น และการเจริญเติบโตในการบริโภคของจีนลดลงค่อนข้างมาก

ด้านปริมาณการใช้เหล็กในประเทศในปี 2554 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 15 ล้านต้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% ที่ใช้อยู่14 ล้านตัน โดยมีอัตราการใช้ต่อเดือนอยู่ที่ 1 ล้านกว่าตัน เนื่องจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่คาดว่าจะขยายตัว 10-12% กลุ่มเครื่องจักรกล ที่ปัจจุบันมีการย้ายฐานการผลิตมาในเมืองไทยมากขึ้นทำให้กลุ่มนี้จะมีการใช้เหล็กมากขึ้น ส่วนกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้การนำเข้าเหล็กแผ่นจะสูงขึ้นตามไปด้วย

ขณะที่ภาคการก่อสร้างคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 4-6% โดยภาคการก่อสร้างจะเริ่มลดสัดส่วนการใช้เหล็กลงจากเดิมที่ใช้เหล็กอยู่ที่ระดับ 60% ของการใช้ทั้งหมด มาอยู่ที่ 58% ส่วนภาคอุตสาหกรรมจะมีสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้น

“การใช้เหล็กที่ระดับ 14 ล้านตันในปี 2553 ของไทย ถือเป็นระดับสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้ว และคาดว่าในปี 2554 จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอีก โดยตอนนี้ไทยมีการใช้เหล็กแซงหน้าเวียดนามไปแล้ว เพราะภาคอุตสาหกรรมไทยขยายตัวสูง ต่างจากเวียดนามที่เน้นการใช้ในภาคการก่อสร้าง” นายวิกรม กล่าว

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กในปีนี้ ได้แก่ สถานการณ์ทางการเมือง ภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ความผันผวนของค่าเงินบาท และเศรษฐกิจโลก

นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี กล่าวว่า ปี 2554 ถือเป็นปีที่ดีของอุตสาหกรรมเหล็ก เนื่องจากอุตสาหกรรมอยู่ในช่วงขาขึ้น และจะใช้เวลาอีกสักพักถึงจะขึ้นสู่จุดสู่สุดตามวัฏจักร การแข่งขันในประเทศมีน้อย เนื่องจากกำลังการผลิตมีจำกัด เพราะไม่มีการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มในประเทศ ขณะที่ความต้องการใช้เพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน