
กกร.คาดจีดีพีปี 66 โต 2.5-3% ต่ำกว่าเป้า แนะรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้น
กกร.ชี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ฉุดจีดีพีปีนี้โต 25.-3% ต่ำกว่าคาดการเดิม ห่วงส่งออก-ปัญหาทุ่มตลาดกระทบ 20 กลุ่มอุตสาหกรรมรุนแรง ฉุดรั้งเศรษฐกิจทรุุด เสนอรัฐเข้มตรวจจับสินค้านำเข้าไร้มาตรฐาน สกัดขยายวงกว้าง-ปลดล็อกฟรีวีซ่ากระตุ้นท่องเที่ยว
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เปิดเผยว่า กกร.ได้ประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย พบว่า ขยายตัวอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเศรษฐกิจในปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตได้ที่ 2.5-3.0% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิม ที่ 3.-3.5% โดยเศรษฐกิจในไตรมาส 2 เติบโตเพียง 1.8% ต่ำกว่าประมาณการที่ 3.1% อย่างมาก โดยภาคเศรษฐกิจที่อ่อนแรงได้แก่ ภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่มีการหดตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับมูลค่าการส่งออกที่ติดลบต่อเนื่องมา 10 เดือน และติดลบแทบทุกหมวด อีกทั้งการใช้จ่ายภาครัฐที่หดตัวต่อ เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณที่มีแนวโน้มล่าช้า
นอกจากนี้ รายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญ ยังขยายต่ำกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต่ำกว่าปกติอยู่ราว 13% และค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปของคนไทยในการเที่ยวในประเทศต่ำกว่าปกติราว 33%
“การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน มีจำนวนต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงเสนอรัฐเร่งรัด และออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะมาตรการ ฟรีวีซ่าโดยเร็ว รวมถึงการประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าประเทศอย่างปลอดภัย” นายผยง กล่าว
ขณะที่ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ในเดือนสิงหาคมของประเทศหลักยังหดตัว ขณะที่กิจกรรมเศรษฐกิจในภาคบริการอ่อนแรงลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ จุดเปราะบางสำคัญ คือการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ และกำลังซื้อที่หดตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 5% เท่านั้นและมีแนวโน้มจะลดลงในปีหน้า เศรษฐกิจโลกจึงได้รับแรงกดดัน และส่งผลให้ภาคการส่งออกของไทยยังมีอุปสรรคในการฟื้นตัว
“ที่ประชุมมีความกังวลกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ ที่ส่งผลให้การส่งออกไทยชะลอตัว ประกอบกับสินค้าราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานทะลักเข้ามาแข่งขันด้านราคาในตลาดไทย ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเบื้องต้นมี 20 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่มียอดขายลดลง และหากไม่มีมาตรการกำกับดูแลสินค้านำเข้า ผลกระทบอาจจะขยายวงกว้างไปมากกว่านี้” นายผยง กล่าว
ดังนั้น กกร. จึงเสนอขอให้ภาครัฐเข้มงวดในการตรวจจับสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยผ่านกลไกจากทั้ง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมศุลกากร โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกันควรต้องมีการสนับสนุนผู้ส่งออก อำนวยความสะดวกให้พิธีการศุลกากรมีความคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น







