posttoday
ชงครม.ยกวาระแห่งชาติแก้ส่งออกผักไปอียู

ชงครม.ยกวาระแห่งชาติแก้ส่งออกผักไปอียู

18 มกราคม 2554

โพสต์ทูเดย์ — เสนอจัดทำแผนวาระแห่งชาติ แก้ปัญหาส่งออกผัก ผลไม้ไปอียู เข้า ครม.สัปดาห์หน้า

นายประพล มิลินทจินดา เลขานุการ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลประชุมร่วมกับกรมวิชาการเกษตร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสถาบันอาหาร เพื่อแก้ปัญหากรณีสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมออกมาตรการห้ามนำเข้าผักสดจากไทย โดยยังให้โอกาสไทยปรับปรุงแก้ไขก่อน ดังนั้น จะจัดทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า

ดังนั้น ในระหว่างนี้ จะพยายามแก้ปัญหาภายในอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับปรุงมาตรฐานการผลิตทั้งระบบ ซึ่งการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติจะทำให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลมาตรฐานสินค้าเกษตร เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงขั้นตอนการส่งออก เพื่อส่งสัญญาณให้อียูเห็นว่าไทยต้องการดูแลมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง และสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่ดีต่อสินค้าเกษตรไทยทั้งระบบ

แนวทางการดูแลตามมาตรการ จะนำมาตรฐานส่งออกสินค้าเกษตร ThaiGAP มาเป็นมาตรฐานสินค้าผักผลไม้ของไทย ที่เน้นความปลอดภัย คำนึงถึงสวัสดิการผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมในการผลิต และสอดคล้องกับมาตรฐาน GLOBALGAP ซึ่งเป็นสถาบันที่นานาประเทศให้การยอมรับ

ขณะนี้ ThaiGAP อยู่ระหว่างการจัดทำเกณฑ์มาตรฐาน และสินค้าผักผลไม้ที่จะส่งออกควรมี ตราประทับ ThaiGAP ก่อนส่งออกไปต่างประเทศ

รวมทั้งได้ขอความร่วมมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ องค์กรอิสระ สถาบันอาหาร และสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ เข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าอาหารและผักผลไม้ และกรมวิชาการเกษตร จะรับผิดชอบในส่วนด้านเทคนิค และควบคุมโรคเกี่ยวกับพืชต่อไป

นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยจะเป็นศูนย์กลางในการนำตัวแทนเกษตรกร และตัวแทนจากภาคเอกชน เพื่อระดมความคิดหาแนวทางปรับปรุงมาตรฐานการผลิตไม่ให้ถูกแจ้งเตือนจากกลุ่มประเทศอียู และการแก้ปัญหาห้ามส่งออกสินค้าเกษตรในระยะยาว

นายศุภกิจ รัตนศิริมนตรี เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการพืชผักผลไม้ไทย และผู้จัดการทั่วไป บริษัท ชัชวาล อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต ผู้ส่งออกพืชผักไปยังกลุ่มประเทศอียู กล่าวว่า รัฐต้องแสดงความชัดเจนในการแก้ปัญหา เช่น กำหนดระยะเวลาในการห้ามส่งออก แนวทางที่เกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกจะต้องดำเนินการ พร้อมกันนี้ยังต้องแสดงความจริงใจกับกลุ่มประเทศอียู ซึ่งเป็นตลาดหลักในการส่งออก อันเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในระยะยาว และเร่งผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงเพื่อให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

น.ส.นงนภัส รุ่งอรุณขจรเดช ตัวแทนเกษตรกร และตัวแทนกลุ่มปลูกผักคุณภาพในระบบจีเอพีเพื่อส่งออก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม กล่าวว่า ผลกระทบจากตลาดอียูทำให้สมาชิกสูญรายได้ 4 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาทต่อเดือนต่อครัวเรือน จึงไม่เห็นด้วยที่ห้ามส่งออกทั้งหมด แทนที่จะสั่งห้ามเฉพาะผู้ที่ทำผิดระเบียบ

**ก่อนหน้านี้ อียูได้เตรียมจะออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าผักจากไทย จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กะเพราโหระพาแมงลักยี่หร่า กลุ่มที่ 2 พริก กลุ่มที่ 3 มะระจีนมะระขี้นก กลุ่มที่ 4 มะเขือเปราะมะเขือยาวมะเขือม่วงมะเขือขื่น และกลุ่มที่ 5 ผักชีฝรั่ง เนื่องจากตรวจพบศัตรูพืชผักที่นำเข้าจากไทยอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีการลักลอบส่งออกผักที่ไม่แจ้งและไม่ผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าตรวจพืชของไทย รวมทั้งยังไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชแนบไปกับสินค้าตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน