
เทมาเซก’ถอนทุนจากหุ้นไทย
‘
ขายBHกำเงินสด1,200ล้าน จับตาระบายหุ้นในพอร์ตเพิ่มโพสต์ทูเดย์ — “เทมาเซก” ลดการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ตัดขายหุ้นบำรุงราษฎร์ 42 ล้านหุ้น กำเงิน 1,247 ล้านบาท ส่วนอีก 49 ล้านหุ้น ไม่รู้ของใคร ปิดบุ๊ก 20 ม.ค.นี้ รู้ตัวคนซื้อขาย
นายธนิต เธียรธนู กรรมการ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) เปิดเผยว่า วันที่ 14 ม.ค. 2554 ที่ผ่านมา มีการซื้อขายหุ้นของบริษัทรายการใหญ่ (BHF) จำนวน 91,791,243 หุ้น โดยเป็นการขายหุ้นจำนวน 42,666,243 หุ้น ผ่านตัวแทนของเทมาเซกแห่งสิงคโปร์ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นและโครงสร้างการจัดการของบริษัท
สำหรับการขายหุ้นส่วนที่เหลืออีกจำนวน 49,125,000 หุ้นนั้น บริษัทอยู่ในระหว่างตรวจสอบข้อมูลต่อไป
ทั้งนี้ การซื้อขายหุ้นบิ๊กล็อตครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 2,721.74 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 29.2530 บาทต่อหุ้น ล่าสุดราคาหุ้น BH ปิดที่ 31.25 บาท บวก 0.25 บาทจากวันก่อน
แหล่งข่าวจากบริษัทเปิดเผยว่า การซื้อขายหุ้นบิ๊กล็อตจำนวน 91,791,243 หุ้น นั้นคิดเป็นสัดส่วน 12.60% ของทุนชำระแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่า กลุ่มเทมาเซกยกล็อตขายหุ้นจำนวน 42,666,243 หุ้น ให้กับนักลงทุนกลุ่มใด และหุ้นอีกกว่า 49 ล้านหุ้นนั้นผู้ถือหุ้นรายใดเป็นคนขายและใครเป็นผู้ซื้อหุ้น แต่คาดว่ากลุ่มธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทน่าจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับดีลนี้ด้วย
“
บริษัทได้ขอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งจะทราบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ในวันที่ 20 ม.ค.นี้” แหล่งข่าวเปิดเผยด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ BH ล่าสุด ณ วันที่ 31 ส.ค. 2554 มีทางกลุ่มเทมาเซกถือหุ้นอันดับที่ 19 ผ่าน GOVERNMENT OF SINGAPORE INVESTMENT CORPORATION C จำนวน 5,335,700 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.73% ของทุนจดทะเบียนเท่านั้น ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่นๆ มีสถาบันการเงินต่างประเทศถืออยู่หลายราย
แหล่งข่าวจากมาร์เก็ตติงเปิดเผยว่า ราคาหุ้นในตลาดหลัก ทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นมามากในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นทำกำไร เพราะได้กำไรหลายเด้งทั้งส่วนต่างราคาหุ้น กำไรค่าเงินบาท และเงินปันผลที่ได้รับมาต่อเนื่อง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่น่าจะเห็นกลุ่มเทมาเซกขายหุ้นออกมาอีกหลายบริษัท
ก่อนหน้านี้ กลุ่มเทมาเซกได้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540 เช่น การถือหุ้นใหญ่ในธนาคารพาณิชย์หลายแห่งผ่านคัสโตเดียน (ผู้ดูแลหลักทรัพย์) และกรณีโด่งดังที่สุดเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2549 ได้เข้ามาซื้อหุ้นใหญ่กว่า 96% ในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชัน (SHIN) จากครอบครัวของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 49.25 บาท แม้ว่าราคาหุ้น SHIN ในปัจจุบันจะอยู่ต่ำกว่าต้นทุนที่ซื้อมา แต่กลุ่มเทมาเซกก็ได้รับกำไรจากการลงทุนครั้งนี้กว่า 38% ผ่านเงินปันผล และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับการลงทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา







