posttoday
เงินหมุน...เมื่อต้องหมุนเงิน(ตอน1)

เงินหมุน...เมื่อต้องหมุนเงิน(ตอน1)

17 มกราคม 2554

สำหรับคนที่ต้อง “หมุนเงิน” คงกำลังมองหาแหล่ง “เงินหมุน” กันจนหัวหมุน เรื่องนี้ไม่ยาก เพราะสมัยนี้มีทางเลือกให้หัวหมุนกันอีก....

สำหรับคนที่ต้อง “หมุนเงิน” คงกำลังมองหาแหล่ง “เงินหมุน” กันจนหัวหมุน เรื่องนี้ไม่ยาก เพราะสมัยนี้มีทางเลือกให้หัวหมุนกันอีก....

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

ช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิม ฉลองผ่านไปเร็วจริงๆ เพราะเผลอแป๊บเดียวนี่ก็จะผ่านครึ่งแรกของเดือน ม.ค. 2554 ไปแล้ว และสำหรับหลายๆ คน ช่วงเวลานับจากวันนี้กว่าจะไปถึงสิ้นเดือนคงแทบจะสิ้นใจ (อีกแล้ว)

สำหรับคนที่ต้อง “หมุนเงิน” คงกำลังมองหาแหล่ง “เงินหมุน” กันจนหัวหมุน เรื่องนี้ไม่ยาก เพราะสมัยนี้มีทางเลือกให้หัวหมุนกันอีก

เงินไม่มี แต่มีเครดิต

เป็นโชคดีของคนที่ “มีเครดิตดี” เพราะเครดิตดีใครๆ ก็อยากให้ยืมเงิน ทำให้มีแหล่งเงินหมุนให้เลือกเยอะ ซึ่งแต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อด้อยต่างกันไป

บัตรกดเงินสด

ใครที่เคยเอือมระอาตอนที่มีพนักงานขายสินเชื่อโทรศัพท์มากวนใจบ่อยๆ ละก็ มาถึงตอนนี้อาจจะเริ่มคิดถึงเสียงออดอ้อนขอให้ช่วยสมัครบัตรนั้นบัตรนี้ เพราะถ้าเรามีบัตรกดเงินสด บัตรเบิกเงินสด หรือบัตรเงินสดพร้อมใช้ แล้วแต่สถาบันไหนจะตั้งชื่อให้โดนใจ

ลักษณะทั่วๆ ไปของบัตรกดเงินสด คือ เป็นวงเงินสินเชื่อที่สถาบันการเงินกำหนดเอาไว้ให้ คล้ายๆ กับเงินกู้เบิกเกินบัญชี หรือโอดี สำหรับการทำธุรกิจ โดยถ้าไม่มีการเบิกเงินออกมาก็ไม่มีดอกเบี้ย จะมีแต่ค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งในระยะหลังๆ ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดสถาบันการเงินก็เริ่มจัดโปรโมชันยกเว้นค่าธรรมเนียม
เช่น ซิตี้แบงก์ เรดดี้เครดิต กำหนด|ค่าธรรมเนียมรายปี 1,000 บาท ถ้าในรอบปีนั้นไม่เคยเบิกถอนเงินเลย แต่มีการเบิกเงินก็ยกเว้นค่าธรรมเนียม เพราะฉะนั้นถ้าเบิกเงินกันทุกปี ปีละครั้งก็เหมือนกับ “ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ”

แต่ถ้าเป็นสินเชื่อเงินสดทันใจ |(K-Express Cash) ธนาคารกสิกรไทย จะกำหนดไว้ชัดเลยว่า ฟรีทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี แบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งหลายๆ แห่งก็หันมายกเว้นค่าธรรมเนียมตลอดชีพเพื่อเอาใจลูกค้ากันเกือบหมดแล้ว

ทีนี้หลังจากที่เรามีบัตรกดเงินสดในมือ ก็ไม่ยากแล้ว แค่เดินไปที่เครื่องเอทีเอ็ม สอดบัตรเข้าไป กดรหัสให้ถูกต้อง เท่านี้เงินสดก็ไหลออกมาแล้ว แต่ที่จะยุ่งยากต่อไป คือ ดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นตามมา เพราะ|ทันทีที่เงินไหลออกมาจากเครื่องเอทีเอ็ม ดอกเบี้ยก็ทำหน้าที่ของมันทันทีไม่มีรีรอ

อัตราดอกเบี้ยสำหรับบัตรกดเงินสดจะไม่เกิน 28% ต่อปี แบบลดต้นลดดอกเบี้ย และไม่มีค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยจากการกดเงินสดอีก

แต่หลายๆ สถาบันการเงินจะเลือกกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามวงเงินที่ได้รับ และเป็นเรื่องปกติที่วงเงินสูงจะได้ดอกเบี้ยต่ำกว่า เช่น สินเชื่อเงินสดทันใจ ของธนาคารกสิกรไทย กำหนดดอกเบี้ย 27% สำหรับวงเงินไม่เกิน 8 หมื่นบาท แต่ถ้าได้วงเงิน 2.4 แสนบาท จะเสียดอกเบี้ยเพียง 20% ต่อปีเท่านั้น

สำหรับการผ่อนชำระ โดยมากจะกำหนดให้ผ่อนชำระขั้นต่ำตามวงเงินที่เบิกออกมา เช่น ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% หรือ|ไม่ต่ำกว่า 500 บาท

บัตรเครดิต

แต่สำหรับคนที่มีบัตรเครดิตในมือ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องคิดถึงบัตรกดเงิน เพราะสามารถเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance) ได้ทันที ด้วยวิธีการเดียวกันคือ เดินไปที่เครื่องเอทีเอ็ม สอดบัตรเข้าไป กดรหัส (ที่สถาบันการเงินผู้ออกบัตรกำหนดมาให้) เงินสดก็ไหลออกมาเหมือนกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน คือ ดอกเบี้ย

นั่นเพราะถ้าเป็นการเบิกเงินสด ล่วงหน้าจากบัตรเครดิต จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการเบิกเงิน 3% ของวงเงินที่เบิกออกมาในแต่ละครั้ง และเริ่มคิดดอกเบี้ยตามที่บัตรเครดิตกำหนดไว้ทันทีที่เบิกเงินออกไป ไม่เหมือนกับการใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้า ที่จะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 50-55 วัน

นอกจากนี้ สถาบันการเงินบางแห่งจะกำหนดยอดขั้นต่ำที่จะถอนออกมาได้เอาไว้ด้วย เช่น ธนาคารกรุงเทพ กำหนดไว้ที่ 1,000 บาท และธนาคารกสิกรไทย กำหนดไว้ที่ 2,000 บาท

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะกำหนด กันแบบ “ชนเพดาน” ที่ 20% ต่อปี เพราะฉะนั้นเมื่อบวกกับค่าธรรมเนียมเบิกเงินสดอีก 3% เท่ากับว่า ต้นทุนเงินหมุนจากการเบิกเงินสดล่วงหน้าเท่ากับ 23%

หากมองผ่านๆ ดูเหมือนจะต่ำกว่าการใช้บัตรกดเงินสด แต่หากเป็นการหมุนเงินเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึง 1 ปี การเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตจะเสียดอกเบี้ยสูงกว่า เพราะดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดและดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดเป็นรายปี แต่สำหรับบัตรเครดิตไม่ว่าจะจ่ายเร็วจ่ายช้าก็จะเสียค่าธรรมเนียมทันที 3%

สินเชื่อเงินสด

เมื่อก่อนนี้สินเชื่อเงินสดอาจจะไม่เข้าข่ายแหล่งเงินหมุน เพราะกว่าจะรู้ผลการอนุมัติก็ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ แต่สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวไกล การอนุมัติสินเชื่อเงินสดทำได้รวดเร็ว เพราะสถาบันการเงินบางแห่งถึงกับการันตีว่า รู้ผลการอนุมัติภายใน 30 นาที และช้าที่สุดที่เคยเห็นโฆษณากันคือ รับเงินในวันรุ่งขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเจ้าไหนอนุมัติช้ากว่านี้ก็อาจจะห่างไกลคำว่า “เงินหมุน” ออกไปสักหน่อย

และเช่นเดียวกันสำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทนี้ คือ กำหนดดอกเบี้ยแบบชนเพดาน ที่ 28% ต่อปี (แบบลดต้นลดดอกเบี้ย) และอัตราดอกเบี้ยของลูกค้าแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ซึ่งโดยมากอัตราดอกเบี้ยจะกำหนดตามวงเงินสินเชื่อที่ได้รับ นั่นคือ วงเงินมากดอกเบี้ยน้อย

แต่ข้อเสียของสินเชื่อเงินสด คือต้องผ่อนชำระตามจำนวนงวดที่ตกลงกับสถาบันการเงินเอาไว้ ที่มีตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนถึง 60 เดือน และถ้าบังเอิญอยากจะจ่ายหมดก่อนอาจจะต้องยอมเสียค่าปรับ หรือต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยเต็มตามสัญญาที่กำหนดไว้ เพราะฉะนั้นก่อนจะจรดปากกาเซ็นสัญญากู้เงินประเภทนี้อย่าลืมสอบถามเงื่อนไขเหล่านี้ให้ชัดเจนเสียก่อน

เงินไม่มี แต่มีของ

สำหรับคนที่ไม่มีเงิน ไม่มีเครดิต แต่ยังดีที่มี “ทรัพย์สิน” พอที่จะหยิบยกไป “จำนำ” อยู่บ้างก็ไม่ต้องรีรอ เพราะทรัพย์สินหลายอย่างสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ง่ายๆ
โรงจำนำ

แทบจะไม่ต้องแนะนำอะไรมากมาย เพราะ “โรงรับจำนำ” เป็น “ขวัญใจคนยาก” มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะไม่ว่าจะมีทีวี ตู้เย็น ก็ยกเข้าโรงรับจำนำได้|ทั้งนั้น (แต่ดูเหมือนว่าทรัพย์สินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คงเป็นทองคำ)

แต่สำหรับมือใหม่หัดเข้าโรงรับจำนำอาจจะเหนียมๆ อายๆ กันบ้าง เพราะการเดินเข้าโรงรับจำนำ แรกๆ อาจจะรู้สึกเขินๆ นิดหน่อย และอาจจะต้องเหลียวซ้ายแลขวาให้แน่ใจว่า ไม่มีคนรู้จักผ่านมาเห็น แล้วก็รีบผลุบเข้าไปหลังม่านบังตา แต่เชื่อเถอะว่า หลังจากครั้งแรกผ่านไป ต่อจากนี้ก็สบายๆ

ถ้าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครแล้วเดินเข้า สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร ในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2554 อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ระหว่าง 0.5-2% ต่อเดือน โดยจะคำนวณจากเงินต้น

เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 0.5%
เงินต้น 5,001-15,000 บาท ดอกเบี้ย 1%
เงินต้นตั้งแต่ 15,001 บาท ดอกเบี้ยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ เงินต้น 2,000 บาทแรก ดอกเบี้ย 2% และส่วนที่เหลือ 1.25%

แต่ถ้าเดินไปที่ สถานธนานุเคราะห์ ภายในวันที่ 1 มี.ค. 2554 อัตราดอกเบี้ยจะต่ำลงมาอีกนิด อยู่ระหว่าง 0.25-1.25% ต่อเดือน โดยคำนวณจากเงินต้นเช่นเดียวกัน

เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 0.25%
เงินต้น 5,001-7,500 บาท ดอกเบี้ย 0.5%
เงินต้น 7,501–10,000 บาท ดอกเบี้ย 0.75%
เงินต้น 10,000–17,500 บาท ดอกเบี้ย 1%
17,501–100,000 บาท ดอกเบี้ย 1.25%

มีรถไปจำนำทะเบียน

สินทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีแต่คนใจดีอยากจะช่วยให้เงินมาหมุน เพราะถ้านั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์สัก 1-2 ชั่วโมง รับรองว่าจะได้เห็นโฆษณาประเภท “มีรถตรงมาเลย ได้วงเงินเยอะ รับเงินไว” อะไรประมาณนี้

แต่น่าเสียดายสัปดาห์นี้พื้นที่มีน้อย คงต้องขอให้อดใจรออ่านรายละเอียดกันในสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่