posttoday
เอส ไอ จี เดินหน้า Net Zero ปี 2593 ชูโรงงานระยองใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่

เอส ไอ จี เดินหน้า Net Zero ปี 2593 ชูโรงงานระยองใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่

09 สิงหาคม 2566

เอส ไอ จี เดินหน้าสู่ Net Zero ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ชูโรงงานระยองใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 12,350 แผง ผลิตไฟฟ้า 5,675 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี

ซามูเอล ซิกริสต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอส ไอ จี บริษัทด้านบรรจุภัณฑ์ กล่าวว่า บริษัทได้รับการอนุมัติทั้งกลุ่มธุรกิจในด้านเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตามแนวทางมาตรฐานการส่งเสริมให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยอิงกับเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets Initiative: SBTi)

โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(GHG) สุทธิเป็นศูนย์ ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทภายในปี 2593 ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่ท้าทายที่สุดที่มีให้ผ่านแนวทาง SBTi จากบริษัทกว่า 2,000 แห่งทั่วโลกที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เอส ไอ จีเป็นหนึ่งใน 300 บริษัทแรกที่ดำเนินการตามแนวทางมาตรฐานโดยอิงเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (SBTi)
 
เป้าหมายใหม่นี้มีความท้าทายกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้าไว้และได้รับการรับรองจาก SBTi ในปี 2561 และ 2563 อย่างมีนัยสำคัญ  โดยเอส ไอ จี มองไกลไปกว่าการดำเนินงานภายในบริษัท แต่มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจและผลักดันให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

สำหรับเป้าหมายระยะสั้นใหม่ของเอส ไอ จี ภายในปี 2573 (คิดจากปีฐานในปี 2563) ได้แก่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 1 และ ขอบเขตที่ 2 รวมกันที่ 42%,  ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2573 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 3 ลง 51.6% ต่อปริมาตรการบรรจุหน่วยลิตร

ขณะที่เป้าหมายระยะยาวใหม่ของเอส ไอ จี ในปี 2593 ได้แก่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 1 และ ขอบเขตที่ 2 รวมกันที่ 90% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 3 ลง 97% ต่อปริมาตรการบรรจุหน่วยลิตร

แอนเจลา ลู ประธานและผู้จัดการทั่วไปของเอส ไอ จี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ กล่าวว่า  ทิศทางใหม่ในการดำเนินธุรกิจของเอส ไอ จี มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลก  (net-positive) รวมถึงการผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อ “สิ่งที่ดีกว่า” ได้ส่งมอบคุณค่าต่างๆ มากมายให้กับผู้คนและโลกใบนี้

ด้วยการมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยคาร์บอนจากผลิตภัณฑ์ต่อไปจนกว่าจะสามารถดูดซับกลับคืนมาจากชั้นบรรยากาศ มากกว่าที่ปล่อยออกไปในขณะเดียวกันก็รับประกันว่า เอส ไอ จี จะพัฒนานวัตกรรมด้านความยั่งยืนเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มไปยังผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยวิธีการที่มีความปลอดภัย ภายใต้กรอบความยั่งยืน และราคาที่สมเหตุสมผล
 
ทั้งนี้ การบรรลุเป้าหมายสูงสุดตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ทำให้ทั่วโลกต้องเร่งลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero ให้เกิดขึ้นภายในปี 2593 กระบวนการอนุมัติที่เข้มงวดของโครงการ SBTi ทำให้มั่นใจได้ว่าเอส ไอ จี จะมีกรอบการทำงานที่เข้มแข็ง ชัดเจน ภายใต้เป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามร่วมกันในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก
 
ดังนั้น แนวทางหลักที่เอส ไอ จี ดำเนินการเพื่อลดการปล่อยมลพิษจากการดำเนินงานภายใต้ ขอบเขตที่ 1 และ 2 คือความมุ่งมั่นในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ได้ 100% และโครงการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนการสำรวจแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้โดยตรง

เอส ไอ จี เดินหน้า Net Zero ปี 2593 ชูโรงงานระยองใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่

สำหรับโรงงานเอส ไอ จี ที่จ.ระยอง นับเป็นโรงงานแห่งแรกในภูมิภาคนี้ ที่ติดตั้งหลังคาที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์แล้วเสร็จในปี 2561 ครอบคลุมพื้นที่ 17,664 ตารางเมตร เป็นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั้งสิ้น 12,350 แผง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 5,675 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี

ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 12,871 ตัน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 เทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการปลูกต้นไม้ 280 – 415 ต้น หรือคิดเป็นพื้นที่ป่ากว่า 10,000 ตารางเมตร
 
ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ของเอส ไอ จี มีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า(ขอบเขตที่ 3) ซึ่งครอบคลุมถึงจำนวนและประเภทของวัตถุดิบที่ใช้ โดยจากนี้เป็นต้นไป บริษัทจะให้ความสำคัญกับการลดการใช้อลูมิเนียมฟอยล์ในบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ ในทำงานร่วมกับบริษัทคู่ค้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน และพัฒนาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในเครื่องบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ รวมถึงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วสู่กระบวนการรีไซเคิลให้มากยิ่งขึ้น 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ