
จับตารอยร้าวใหม่บอร์ดกสทช. ปมปลด ”ไตรรัตน์” เซ่นพิษบอลโลก
เจาะปมร้าว “บอร์ดกสทช.” ครั้งใหม่ หลังประธานกสทช.ออกมาโต้มติบอร์ดการปลด “ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล” ลงจากรักษาการเลขาธิการกสทช.ปมเซ็นเอ็มโอยูสนับสนุนเงินถ่ายทอดสดบอลโลก 600 ล้านบาท ให้กกท. ไม่เป็นความจริง
กลายเป็นอีกประเด็นร้าวครั้งใหม่ของบอร์ดกสทช.อีกหนึ่งรอยร้าว ปมปลด “ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล” เซ่นพิษบอลโลก ซึ่งแม้ว่าในการประชุมวาระลับเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2566 ที่ผ่านมา มีการลงมติให้ปลด “ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล” รองกสทช.และ รักษาการเลขาธิการกสทช.ออกจากตำแหน่งรักษาการและแต่งตั้ง “ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ” รองเลขาธิการกสทช.รักษาการแทน ทว่าไม่กี่วันต่อมา กลับมือข่าวประชาสัมพันธ์สื่อสารภายในองค์กร ลงวันที่ 21 มิ.ย. 2566 ลงชื่อจาก พันตำรวจเอกประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช.ระบุว่า
ประธานกสทช.“ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์”ยังไม่ใด้มีคำสั่งยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งนายไตรรัตน์ จากการเป็นรักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. และยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งนายภูมิศิษฐ์ รองเลขาธิการ ให้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทข. แทนนายไตรรัตน์ แต่อย่างใด
ดังนั้น นายไตรรัตน์ รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่และมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเลขาธิการ กสทช. ทุกประการจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ทำให้เรื่องนี้ กลายเป็นประเด็นปมร้าวครั้งใหม่ของบอร์ดกสทช.เพราะในความเป็นจริง แหล่งข่าวจากกสทช.เปิดเผยว่า บอร์ดกสทช.ได้ลงมติโหวตให้ปลดนายไตรรัตน์ ไปแล้วด้วยคะแนน 4:2 คือ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ (ด้านกระจายเสียง),นางสาวพิรงรอง รามสูตร (ด้านโทรทัศน์),นายศุภัช ศุภชลาศัย (ด้านเศรษฐศาสตร์)และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ (ด้านกิจการโทรคมนาคม)โดยประธานกสทช.งดออกเสียง
ขณะที่การลงมติเลือกนายภูมิศิษฐ์ มีมติ 6 เสียง ซึ่งมีประธานกสทช.อยู่ในมติดังกล่าว ขณะที่นายต่อพงศ์ เสลานนท์. กสทช. (ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน) งดออกเสียง
แหล่งข่าวกล่าวต่อด้วยว่า ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีการสอบถามในที่ประชุมบอร์ดกสทช.วันนี้ (26 มิ.ย.2566) ถึงข้อเท็จจริง เมื่อมีมติกสทช.แล้ว ทำไมถึงมีข่าวประชาสัมพันธ์ที่ลงชื่อโดยเลขานุการประจำประธานกสทช.เผยแพร่ออกมา
ที่สำคัญประธานกสทช.ไม่ได้มีอำนาจคนเดียวในการดูแลเลขาธิการกสทช. และเลขานุการประจำกสทช.ก็ไม่มีอำนาจในการลงชื่อเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ในนามของสำนักงานกสทช.ดังกล่าวด้วย
การออกข่าวประชาสัมพันธ์ดังกล่าวจึงเป็นการสร้างความเข้าใจผิด เพราะประธานกสทช.เอง อยู่ในที่ประชุม และเลือกงดออกเสียงกรณีปลดนายไตรรัตน์ ไม่ได้คัดค้านด้วยการไม่เห็นด้วย อีกทั้งยังลงมติเลือก นายภูมิศิษฐ์ นั่งรักษาการแทนด้วย
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวบอร์ดกสทช.จำเป็นต้องลงมติเพราะมีการรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 600 ล้านบาท เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎ มัสต์แคร์รี่ ( Must Carry ) ไม่เช่นนั้นอาจมีความผิดตามมาตรา 157 ได้
อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมเสร็จสิ้น แหล่งข่าวกล่าวว่า ประธานกสทช.ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า การไม่เซ็นชื่อปลดนายไตรรัตน์ จากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการกสทช.เป็นอำนาจของประธาน แม้ว่ามติที่ประชุมจะเป็นอย่างไร แต่ประธานกสทช.มีอำนาจในการไม่เซ็นได้ อยู่ที่การพิจารณาของตนเอง







