
SME D Bank เผยเทคนิค 3 ข้อ เส้นทางสู่ สมาร์ท เอสเอ็มอี
SME D Bank เผยเส้นทางสู่ สมาร์ท เอสเอ็มอี เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องมี 3 เทคนิค คือ Mindset, Skill Set และ Tool Set เรียนรู้ให้เร็ว ลุกให้เร็ว
นายโมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวในงานสัมมนา PostToday Smart SME ยุค AI เขย่าโลก หัวข้อ How to be Smart SME กล่าวว่า สิ่งสำคัญของผู้ประกอบการคือต้องรู้เทรนด์ของโลก รวมถึงข้อมูลทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งทางการเมือง ภาวะโลกร้อน
รวมถึงกฎระเบียบต่างๆที่มีผลต่อการกีดกันทางการค้า ตลอดจนภาระดอกเบี้ย เรื่องความหลากหลาย ความเท่าเทียมทางเพศ และสังคมสูงวัย เป็นต้น เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการทั้งทางบวกและทางลบ ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของผู้ประกอบการว่าเห็นโอกาสมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้จากข้อมูลของไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2566 เดือนพ.ค.มีการขยายตัวอยู่ที่ 2.8% ปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนม.ค.ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาขยายตัว 1.6% และยุโรป ขยายตัว 0.8% เติบโตเล็กน้อย ขณะที่ภูมิภาคอาเซียนลดลงอยู่ที่ 4.6% ส่วนจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 5.2% แต่ยังเสี่ยงต่อการถดถอย
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ทั้งในแง่ของการจับจ่ายในช่วงเทศกาล จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง ทว่าปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือการบริโภคของภาคเอกชน ทว่าการบริโภคของเอกชนยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภาระหนี้สินครัวเรือนสูงขึ้น รวมถึงภาระดอกเบี้ยสูง ทำให้กระทบต่อความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยและการใช้หนี้สิน
นายโมกุล กล่าวว่า เอสเอ็มอี จำนวนมากมีเป้าหมายปรับตัวด้วยเทคโนโลยีและให้น้ำหนักกับการพัฒนาธุรกิจมากขึ้น จากผลสำรวจในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 พบว่า เอสเอ็มอีต้องการหากลุ่มลูกค้าและตลาดใหม่ๆเพิ่มเติม 81.2% รองลงมาคือ การให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆและเพิ่มช่องทางการขายออไลน์มากขึ้น 2 เท่า
ขณะที่เอสเอ็มอี ต้องการการสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีจากภาครัฐและเอกชน ในลักษณะ Co Payment คือการสนับสนุนแบบร่วมจ่าย เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนในเทคโนโลยี 61.08%
สำหรับเส้นทางสู่ สมาร์ท เอสเอ็มอี ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ 1.Mindset กรอบความคิด ต้องคิดแบบเรียนรู้และเติบโต ดูเป้าหมายว่าต้องการอะไร ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ กล้าล้มเหลว และพัฒนาต่อไป
2.Skill Set ทักษะ ด้วยการยกระดับทักษะให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง กล้าออกจากกรอบ เรียนให้เร็ว ลุกให้เร็ว เรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา อย่าหยุดเรียนรู้ มีความรู้ทางเทคโนโลยี และการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
และ 3. Tool Set เครื่องมือ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้อกับเทคโนโลยี เช่น ระบบอีอาร์พี ระบบซีอาร์เอ็ม เพื่อสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ,ด้านการตลาด ด้วยการใช้โซเชียล ลิสซึนนิ่ง ทำให้รู้ได้ว่าแบรนด์มีคนสนใจมากน้อยเพียงไหน เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงกลุ่ม ไปจนถึงระบบเกี่ยวกับการเงิน ด้านภาษี เป็นต้น
ดังนั้นการที่ธุรกิจจะรู้จุดอ่อน จุดแข็ง ได้อย่างไรเพื่อเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสม จำเป็นต้องมีการประเมินองค์กรก่อน โดย SME D Bank มีเครื่องมือ Business Health Check เป็นแบบฟอร์มในการประเมินธุรกิจของตนเองก่อนเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม เพราะเทคโนโลยีมีสองด้าน ต้องเลือกให้เหมาะสมกับการลงทุน และถูกต้อง ข้อมูลต้องไม่รั่วไหล และปลอดภัยจากภัยไซเบอร์
นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของเอสเอ็มอี คือ วินัยทางการเงิน ต้องปรับโครงสร้างการเงินให้เหมาะสมและมีวินัยทางการเงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากธนาคารของเอกชนแล้ว ธนาคารรัฐ อย่าง SME D Bank ก็สามารถช่วยเอสเอ็มอีให้เข้มแข็งได้ เพราะหากเอสเอ็มอีมีความเข็มแข็งเพียงพอ ก็จะสามารถต่อยอดสู่ตลาดทุนได้
นายโมกุล กล่าวว่า เอสเอ็มอีสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิด ESG ด้วยหลักการ ABC คือ A - Act เริ่มทันที โดยเริ่มง่ายๆกับพนักงานของตนเองก่อน B - Benefit ด้วยการหาทางสร้างสิ่งดีๆให้กับลูกค้า คู่ค้า และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และ C - Contribute Solution ขยายผลด้วยการลงมือทำอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีส่งมอบสู่คนรุ่นต่อไป
สิ่งที่เอไอไม่มี คือ หัวใจ เมื่อผู้ประกอบการมีทั้ง Mindset, Skill Set และ Tool Set จะทำให้องค์กรสู่ความยั่งยืนได้







