
ออมสินชี้ 3 ปัจจัยพัฒนา SME สู่ระดับโลก ย้ำเร่งทักษะวิเคราะห์ข้อมูลก่อน
ธนาคารออมสินชี้ 3 ปัจจัยพัฒนา SME สู่ระดับโลก ทั้งยึดเเป้าหมายธุรกิจให้ชัดเจน กำหนดวิธีการ และเตรียมเงินทุน รวมถึงยังต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี ย้ำให้เร่งปั้นทักษะวิเคราะห์ข้อมูลก่อนเป็นอันดับแรก
นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับการพัฒนา SME สู่ระดับโลก ในงาน PostToday Smart SME ยุค AI เขย่าโลก ที่จัดโดย PostToday เครือเนชั่น ว่า สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ SMEs ประสบความสำเร็จจากประสบการณ์ที่พบประกอบด้วย 3 ปัจจัยสำคัญคือ กำหนดเป้าหมายธุรกิจให้ชัดเจน กำหนดวิธีการที่จะบรรลุเป้าหมาย และเงินทุนในการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย
ทั้งนี้การกำหนดเป้าหมายธุรกิจที่สำคัญในมุมมองของ วีระชัย เริ่มตั้งแต่ตัวเลขเพิ่มยอดขายหรือรายได้ให้กับธุรกิจ การเพิ่มกำไร การเพิ่ม Market Share และตัวเลขขยายการับรู้ของผลิตภัณฑ์ ่เช่นเดียวกับที่ต้องให้ความสนใจและเน้นย้ำให้พนักงานเข้าใจเรื่องเป้าหมายธุรกิจขององค์กรด้วย
"อยากให้โฟกัสเป้าหมายธุรกิจที่ชัดเจน เพราะเติบโตแค่รายได้ไม่พอ แต่ต้องให้ความสำคัญเรื่องกำไรด้วย เพราะบางกรณีที่เพิ่มยอดขายได้ดี แต่ไม่มีกำไรหรือกำไรน้อย ก็จะทำให้ความสามารถการขอสินเชื่อจำกัด"
ในด้านการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีก็เป็นอีกกลไกสำคัญ ที่จะพัฒนา SME สู่ระดับโลก เพราะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ทางผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวเพื่อรับมือให้ได้นั้น นายวีระชัยกล่าวว่าควรเริ่มจาก ปรับแนวคิดให้ตื่นตัวและทันต่อการเปลี่ยนแปลง
เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วมาก อีกทั้งตลาดในแต่ละธุรกิจก็มีความหลากหลาย การตามเทรนด์หรือกระแสควรมีการติดตามข้อมูลอย่ำงสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลง
เช่นเดียวกับยัง้ต้องพัฒนาทักษะทีมงานให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น ทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ทักษะด้านกำรตลาดและโซเชียลมีเดีย ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เป็นต้น
"Future Skill ที่สำคัญสุดและต้องรีบเรียนก่อนเลย คือ การวิเคราะห์ข้อมูล เพราะมีประโยชน์ด้านบริหารจัดการและลดต้นทุน เพื่อให้มีต้นทุนที่เหมาะสม"
ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องเลือกนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ SME เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในจุดต่าง ๆ ได้แก่ ช่วยลดต้นทุน/ลดระยะเวลาในการทำงานของธุรกิจ ช่วยเพิ่มช่องทางการขายหรือบริการทางานออนไลน์ ช่วยในการวางแผนธุรกิจ เช่น การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจ และช่วยสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจ
รวมถึงยังต้องสร้างพันธมิตรกับธุรกิจ SME รายอื่น เพื่อให้เพิ่มโอกาสในการขยายฐานการตลาดของธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย เป็นอีกหนึ่งการปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับธุรกิจ
"ถ้าอะไรที่ไม่เชี่ยวชาญก็ไม่ต้องทำเองได้ แต่ใช้วิธีไปร่วมมือกับคนอื่น และยังสามารถช่วยลดต้นทุนการทำธุรกิจอีกด้วย"
อย่างไรก็ตาม ยังมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการพัฒนา SME สู่ระดับโลก เพื่อสนับสนุนด้านการแข่งขัน ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทยในมุมมองของนายวีระชัย ได้แก่ ทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะความสามารถในการปรับตัว ทักษะการประสานความร่วมมือ ทักษะความสามารถด้านการสื่อสารและสร้างแรงจูงใจ ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ และทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
"การพัฒนาทักษะด้านสื่อดิจิทัล ทำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลของธุรกิจเราได้มากขึ้น ถ้ายิ่งโต้ตอบทัน ก็จะทำให้สามารถขายสินค้าหรือบริการได้ง่ายและเร็วขึ้น"







