posttoday
กรุงไทย เปิด 7 ยุทธศาสตร์ โรดแมป 5 ปี เดินหน้าลุย Virtual Bank

กรุงไทย เปิด 7 ยุทธศาสตร์ โรดแมป 5 ปี เดินหน้าลุย Virtual Bank

04 เมษายน 2566

ธนาคารกรุงไทย ประกาศขับเคลื่อนแผนดำเนินงาน 5 ปี ภายใต้ 7 ยุทธศาสตร์ เพื่อรับภูมิทัศน์การเงินใหม่ พร้อมประกาศตั้งบริษัทใหม่ร่วมทุนเอไอเอส ลุย Virtual Bank รอธปท.ออกเกณฑ์ พร้อมยื่นไลเซนส์รายแรกๆ

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน CEO Vision : Business Strategy 2023 ที่ประเทศเอสโตเนีย ระหว่างนำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานด้าน e-Governance และเทคโนโลยี ภาครัฐ และเอกชนของเอสโตเนีย ว่า ธนาคารกรุงไทยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ให้สูงสุดในองค์กร หรือ Digital Adoption ซึ่งเป็นเทรนด์โลกขณะนี้ การมาดูงานด้านดิจิทัลที่ประเทศเอสโตเนีย ที่มีเรื่องของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ e-Government ที่ได้รับการยอมรับที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ในส่วนของธนาคารกรุงไทยเราพยายามเรียนรู้ และทำความเข้าใจเมกะเทรนด์ และนำมาประยุกต์ใช้กับกรุงไทยในระยะต่อไป

 

สำหรับการมาศึกษาดูงานที่เอสโตเนียจะเป็นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่น่าสนใจไปต่อยอดในเรื่อง ecosystem, open platform, open economy เพื่อเข้าสู่ New Generation โดยมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจของเอสโตเนียในการสร้าง Digital Infrastructure ที่รัฐ และเอกชนสามารถสร้างบริการทางดิจิทัลได้ถึง 3,000 บริการ  

 

พร้อมกันนี้ ยังได้ระบุถึง ทิศทางการดำเนินธุรกิจธนาคารกรุงไทยในระยะต่อไปว่า อยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ทางการเงินใหม่ ที่เปิดกว้างใน 3 ด้านคือ 

 

1.Open Infrastructure การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับทั้งผู้เล่นใหม่ และผู้เล่นปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการแข่งขันและต่อยอดในเชิงนวัตกรรม 

 

2.Open Data ส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันข้อมูล เช่น การสนับสนุนให้มีธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank เป็นต้น

 

3.Open Competition ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายที่สุด จากการแข่งขันที่เปิดกว้างจากผู้เล่นใหม่ เส้นแบ่งการแข่งขันระหว่างธนาคารและสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ที่แยกกันไม่ออก 

 

ทั้ง 3 เรื่องนี้ เป็นหลักการสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งคู่แข่งใหม่จะมาจากทั้งแบงก์ นอนแบงก์ ชาเลจนเจอร์แบงก์ ซึ่งจะมาแน่ ดังนั้น ธนาคารกรุงไทย กำหนดแผนงาน 5 ปี  ระหว่างปี 2566-2570  ภายใต้ 7 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้

 

1.ปลดล็อคศักยภาพในการสร้างมูลค่าจากการทำธุรกิจกับคู่ค้าของลูกค้า (X2G2X) เร่งต่อยอดยุทธศาสตร์ X2G2X ให้เกิดการเชื่อมโยงในเชิงลึกในกลุ่มลูกค้าต่างๆ ทั้ง B2B B2C G2B และ G2C และมีแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์คู่ค้าของลูกค้า ทั้งการเร่งสร้าง Economic Value จากแอปฯ เป๋าตัง และถุงเงิน เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ให้แข็งแกร่ง ต่อยอดความร่วมมือที่ได้ลงทุนไปแล้วทั้งระบบ Smart Transit  ตั๋วร่วม Smart Hospital และ Digital Business Platform เป็นต้น

 

2.ขับเคลื่อนประสิทธิภาพองค์กรด้วยดิจิทัลและข้อมูล เร่งนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็น Process Digitalization โดยนำระบบ RPA หรือ Robotic Process Automation และการใช้ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานภายในของธนาคารมากขึ้น ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้กระดาษ (Paperless) นำไปสู่โครงสร้างการประเมินอัตรากำลังที่เหมาะสมในการให้บริการผ่านสาขา ผสมผสานการให้บริการออนไลน์สู่ออฟไลน์ได้เต็มศักยภาพ โดยช่องทางสาขาจะถูกปรับเป็นการให้บริการทางธุรกิจ และอยู่ระหว่างการทดสอบในพื้นที่ EEC ซึ่งไม่เกิน 2-3 เดือนจะได้เห็นรูปแบบใหม่ หรือการ Modernize ของสาขาใหม่ นำร่อง 20 สาขา ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ เช่น ชลบุรี เชียงใหม่โดยจะใช้ระบบ e-Solution เปลี่ยนกระบวนการให้บริการในสาขาให้ทันสมัยตอบโจทย์ นำประสิทธิภาพของข้อมูลมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าครบทั้งออนไลน์และออฟไลน์

 

โดยประชาชนเข้าไปใช้บริการจะเห็นถึงความแตกต่างใหม่ อาทิ การทำธุรกรรมทั้งหมด พนักงานในสาขาให้บริการด้วยแทบเล็ต ระบบเคาน์เตอร์จะลดลง ใช้ระบบสมาร์ทคิวเพื่อลดการเข้าคิว และช่วยให้ลูกค้าจบกิจกรรมได้รวดเร็ว โดยกิจกรรมสาขาบางจุดจะตอบโจทย์ SMEs ด้วย โดยเปลี่ยนช่องทางให้บริการรายย่อยเป็นช่องทางให้คำแนะนำผู้ประกอบธุรกิจและอาชีพอิสระ

 

โดยการรอคิวน้อยลง คนสามารถรู้สึกว่าจุดบริการแบงก์รู้จักเขามากขึ้น ตอบโจทย์เขามากขึ้น ระหว่างที่รอเขาได้รับบริการโซลูชั่นครบถ้วนแบบที่ทันสมัย  

 

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยชะลอแผนการปิดสาขาออกไปชั่วคราวก่อน เพราะต้องพิจารณาเรื่องการตอบโจทย์สังคมด้วย โดยมีการสำรวจว่าแม้สาขาที่ไม่กำไร แต่ตั้งอยู่ในจุดที่ประชากรในบริเวณรัศมี 4 - 10 กิโลเมตร ไม่มีธนาคารเลย ทางกรุงไทยก็จะยังไม่รีบปิด ถือเป็นสิ่งที่เราดูแลและให้ความสำคัญให้บริการครอบคลุม โดยไม่ได้เน้นกำไรเต็มที่จนทำให้ภาคพื้นที่บางส่วนเหลื่อมล้ำขึ้นมาในการเข้าถึงบริการทางการเงิน 

 

3.เปิดตัวแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างการเติบโตในมิติใหม่  พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่สามารถ  ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร ทั้ง Virtual Banking ที่ธนาคารจะร่วมกับพันธมิตร เพื่อดำเนินการ และโฟกัสไปที่ Wealth-Tech เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางการเงินในทุกระดับชั้น ต่อยอดสร้างศักยภาพการออม เสริมสร้างความมั่งคั่งให้คนไทย เรามีโอกาสเติบโตมาก เพราะเรามีกลุ่มลูกค้า ในเซคเมนท์เวลธ์ที่ต่างกว่าแบงก์คู่เทียบค่อนข้างเยอะ เราถึงมองเป็นโอกาส เร่งสร้างแพทฟอร์มครอสเซลกลุ่มลูกค้า 

 

ส่วนความคืบหน้าเรื่อง Virtual Bank หรือธนาคารเสมือนจริง (Virtual Bank) ที่ได้ลงนาม MOU กับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จํากัด (มหาชน) เพื่อร่วมลงทุนเป็นผู้ให้บริการ Virtual Bank ขณะนี้รอธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ออกเกณฑ์ โดยธนาคารกรุงไทยกับเอไอเอสเตรียมความพร้อม รูปแบบจะเป็นการตั้งบริษัทใหม่ลงทุนร่วมกัน และตั้งใจจะเป็นหนึ่งในองค์กรที่พร้อมยื่นไลเซนส์รายแรก ๆ

 

4.เน้นเรื่อง Sustainability การตอบโจทย์เรื่อง Climate Change สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม เท่าเทียม และยั่งยืน ขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG  สนับสนุนประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม โปร่งใส  ลดความเหลื่อมล้ำ ลดช่องว่างการกระจายรายได้ เชื่อมโยงกลุ่มลูกค้า SME ที่มี 1.5 - 1.6 ร้านค้าทั่วประเทศ กับ Digital Economy และเร่งปรับตัวเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน 

 

5.พัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถการทำงานแห่งอนาคต เร่งสร้างการบริหารความเสี่ยงที่ มีประสิทธิภาพ ทั้งด้านความพร้อมของระบบรองรับ PDPA & Cyber Risk เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า  ทุกกลุ่ม บริหารจัดการ NPL และ NPA เพื่อแก้ปัญหาปรับแป็นสินทรัพย์ที่สร้างคุณค่าในเวลารวดเร็วขึ้น พร้อมบูรณาการบริษัทในเครือ สร้างประโยชน์จากสินทรัพย์ให้เต็มศักยภาพ บนความร่วมมือแบบ ONE Krungthai 

 

6.ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีหลักขององค์กร  ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และ Digitalization อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับโครงสร้างเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย มั่นคง ปลอดภัย มีเสถียรภาพ มีประสิทธิภาพและสามารถรองรับจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อสนับสนุนการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าด้วยต้นทุนที่เหมาะสม 

 

7.ปฏิรูปวัฒนธรรมและปลูกฝังวิธีการทำงานแบบใหม่เพื่อขับเคลื่อนองค์กรด้วยความคล่องตัว ปรับวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ให้เป็นไปในลักษณะ Agility มีความกระฉับกระเฉง โดยอาศัยหลักการแบบ Fail Fast Learn Fast ยกระดับพนักงานให้มีทักษะใหม่ๆ (Upskill/Reskill)  สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถในระดับประเทศและระดับโลกเข้ามาทำงานเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เป็นองค์กรแห่งการสร้างผู้นำในอนาคต

 

ทั้ง 7 ยุทธศาสตร์นี้ ธนาคารกรุงไทย มุ่งหน้าสู่ ปี 2027  โดยเน้นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสม สร้าง Economic Value โดยโครงสร้างกำไรสุทธิต้องมาจากต้นทุนและรายได้ที่เหมาะสม  หลายบริบทของธนาคารกรุงไทยไม่ได้เน้นกำไรมหาศาล (Maximize Profit) แต่เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มหรือกำไรอย่างยั่งยืน (Optimize Profit) ตระหนักถึงคู่ค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่รัฐในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และประชาชนคนไทย ทำให้เห็นว่า ธนาคารกรุงไทยเป็นกลไกหนึ่งสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล ประชาชน ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการไทย แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ การเร่งลงทุนด้านไอทีดิจิทัลมีต้นทุน (cost) สูงขึ้น แม้การลงทุนเรื่องนี้เป็น asset แต่จะต้องวางสัดส่วนการลงทุนให้สอดประสานสมดุลกับการเติบโตของรายได้ ดังนั้นต้องไม่ให้ต้นทุน แซงรายได้ ซึ่งจะเห็นว่า เป็นความเสี่ยงบางธนาคารตอนนี้

 

นอกจากนี้ยังคงเดินหน้ามุ่งมั่น คุม NPL ให้อยู่ต่ำกว่า 3.5 % อัตราส่วนเงินสํารองที่มีอยู่ ต่อ NPL (NPL coverage ratio) อยู่ที่ประมาณ 170 % โดยคาดหวังว่า NPLจะลดลง เท่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการเงินที่เฉลี่ย 2.8 %


 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ