
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพปี 2554 จะก้าวไปทางไหน
...สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สวัสดีปีกระต่ายค่ะ ปีเสือผ่านพ้นไปแล้ว แต่เชื่อว่าพวกเราคงยังคิดถึงเสือกันอยู่ใช่ไหมคะ เพราะเป็นเสือที่นำโชคดีมาให้ ทั้งพาตลาดทุนทะยานไปอีกเกือบ 300 จุด หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ถึง 41% แม้ระหว่างปีจะผันผวนทำเอาหายใจไม่ค่อยทั่วท้องก็ตาม และยังนำกฎกระทรวงเรื่องการอนุญาตนำเงินประเดิมเข้ากองทุน รวมทั้งกฎกระทรวงและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงิน หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553
ในปีกระต่ายนี้ สถาบันต่างๆ ก็ยังพากันวิเคราะห์ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ยังคงไปได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องติดตามดูปัจจัยด้านอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้ด้วยนะคะ ดังนั้นท่านสมาชิกที่เลือกนโยบายการลงทุนด้วยตนเองต้องศึกษาข้อมูลให้ดีๆ ดูแนวโน้มเศรษฐกิจ การเมือง ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ศึกษาบทวิเคราะห์จากหลายๆ สถาบัน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะสับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนหรือไม่ อย่าตัดสินใจโดยดูราคาหลักทรัพย์ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น เพราะในระยะยาวของปีนั้นราคาหลักทรัพย์อาจแตกต่างไปจากที่เป็นอยู่ไปมากค่ะ
ในส่วนของ ก.ล.ต. มีแผนที่จะพัฒนากองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นมาตรฐานสากลต่อเนื่องจากปี 2553 ดังนี้ค่ะ
1.สนับสนุนให้กองทุนจัดให้มีหลายนโยบายการลงทุน เพื่อให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตนเอง เป็นที่น่ายินดีว่า ณ เดือน ก.ย. 2553 มีกองทุน Master Fund แล้ว 70 กองทุน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 41 กองทุน และมีนายจ้างที่จัดให้มี Employee
’s Choice แล้วจำนวน 1,660 นายจ้าง เพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 348 นายจ้าง แต่หากดูยอดรวมของจำนวนกองทุน 476 กองทุน และจำนวนนายจ้างทั้งหมด 9,889 นายจ้างแล้ว จะเห็นว่านายจ้างที่จัดให้มีหลายนโยบายการลงทุนเพื่อให้สมาชิกเลือกยังมีน้อยมาก จึงขอความร่วมมือกรรมการกองทุนในการจัดให้มีหลายนโยบายการลงทุนเพื่อประโยชน์แก่สมาชิกค่ะ2.สนับสนุนให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีประเภททรัพย์สิน หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กองทุนลงทุนได้เพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น และกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้น เช่น การลงทุนใน Commodities, Derivatives for Effective Portfolio Management เป็นต้น อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าการลงทุนดังกล่าวกองทุนมีความเสี่ยงมากขึ้น จึงต้องศึกษาอย่างละเอียด รอบคอบ และรับฟังความเห็นทั้งสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสมาคมบริษัทจัดการลงทุนด้วย นอกจากนั้นหากมีการอนุญาตให้กองทุนลงทุนได้ เกณฑ์ที่จะออกจะต้องป้องกันความเสี่ยงไว้ระดับหนึ่งด้วยค่ะ
3.ผลักดันให้บริษัทจัดการเปิดเผยข้อมูลให้แก่สมาชิกกองทุนให้มากที่สุด ได้แก่ วัตถุประสงค์ของแต่ละนโยบายการลงทุน ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ความเสี่ยง รวมทั้งผลักดันให้บริษัทจัดการกำหนด Risk Spectrum ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และจัดทำแบบสอบถาม Profile ของสมาชิกทำนองเดียวกับกองทุนรวมผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้สมาชิกมีข้อมูลอย่างเพียงพอ และสามารถประเมินความเสี่ยงของตนเอง เพื่อนำไปจับคู่กับนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับสมาชิกแต่ละคน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกมากขึ้น
4.ศึกษาและเสนอแก้ไขกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างมากขึ้น และเพื่อให้มีความคล่องตัวในทางปฏิบัติ โดยจะทบทวนกฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และศึกษาโครงสร้างการดำเนินการของกองทุนในต่างประเทศ รวมทั้งขอความเห็นทั้งจากสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เพื่อให้ได้ข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนค่ะ แต่การแก้ไขกฎหมายมีขั้นตอนค่อนข้างมากและระยะยาว คงต้องใจเย็นกันหน่อยนะคะ
ทั้ง 4 เรื่องข้างต้น เป็นเรื่องหลักๆ เท่านั้นค่ะ จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่จะดำเนินการในปี 2554 ท่านกรรมการกองทุน หรือสมาชิกกองทุนท่านใดที่ต้องการแสดงความเห็น หรือเสนอแนะเรื่องต่างๆ เพื่อให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของเราพัฒนา ส่งมาได้ที่ thaipvd.or.th ค่ะ แล้วติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องต่างๆ ของ ก.ล.ต. ได้ที่ Error! Hyperlink reference not valid.ใน EMail มีอะไรใหม่ใน thaipvd ที่ ก.ล.ต. ส่งให้สมาชิกเป็นประจำทุกเดือน สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ รีบสมัครเพื่อที่จะได้ติดตามข่าวสารในแวดวงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อนใคร พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ







