
จัดพอร์ตหุ้นรับเงินเฟ้อคาดปีนี้4%
เชียร์กลุ่มพลังงานธนาคาร ตลาดหยุดปรับฐานระยะสั้น
โพสต์ทูเดย์
— ตามคาด กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% รับมือเงินเฟ้อ โบรกแนะซื้อหุ้นพลังงานแบงก์ใหญ่ ปลอดภัย บิ๊กล็อตหุ้นใหญ่โผล่เพียบตลาดเอเชียปรับตัวขึ้นยกแผง อินโดนีเซียบวกแรงที่สุด 2.88% ส่วนหุ้นไทยผันผวนสูง และมาปิดที่ 1,019.51 จุด เพิ่มขึ้น 6.12 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 42,092 ล้านบาท เนื่องจากสถาบันพลิกกลับมากว่า 1,325 ล้านบาท และต่างชาติขายน้อยลงเพียง 306 ล้านบาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นบวกทั่วเอเชีย ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลงไปมากแล้ว และนักลงทุนคลายความกังวลปัญหายุโรป จึงมีแรงซื้อกลับจำนวนมาก แต่สถานการณ์ก็ยังไม่มีความแน่นอน จะต้องเพิ่มความระมัดระวังการซื้อขายหุ้น
สำหรับตลาดหุ้นไทยได้รับผลดีจากค่าเงินบาทแข็งต่อเนื่องตามค่าเงินเอเชียและยูโร และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรตามคาดในอัตรา 0.25% เป็น 2.25% รวมถึงราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นกว่า 1 เหรียญสหรัฐ ทำให้หุ้นพลังงานขึ้นมาอย่างโดดเด่น
“
หุ้นธนาคารพาณิชย์จะได้รับผลดีระยะยาวจากดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ช่วงสั้นถูกขายทำกำไร และมีแรงซื้อหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะมีกำไรที่ดี เช่น บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์”นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อป้องกันเงินเฟ้อซึ่งคาดว่าปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นถึง 4% และคาดว่าน่าจะทำให้ตลาดหุ้นสิ้นสุดการปรับฐานระยะสั้น หลังจากดัชนีตกต่ำมากว่า 40 จุด ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา
“
หุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้รับผลดีจากดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะนอกจากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น และยอดการปล่อยสินเชื่อทั้งระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกิน 2 หลักในปีนี้ แม้ว่าเงินเฟ้อจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นถึง 4% ก็ตามสำหรับหุ้นที่แนะนำให้ลงทุน เช่น หุ้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) และบริษัท ยูนิวานิช (UVAN) เพราะจะเป็นหุ้นที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ดี
นักวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศ ไทย) กล่าวว่า แนะนำหุ้น บริษัท ปตท. (PTT) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้พบผู้บริหารของ SCC ซึ่งคาดว่าแนวโน้มผลดำเนินงานในปีนี้จะเติบโตดีขึ้น โดยน่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้ปูนซิเมนต์ภายในประเทศดีขึ้น ขณะที่ราคาปูนซีเมนต์ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 4 หากดูเฉพาะผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจจะไม่ค่อยดี เพราะมีการปิดซ่อมโรงงานโอเลฟินส์ที่ระยองไปครึ่งไตรมาส แต่จะมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นของ บริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) กว่า 9,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. มีการซื้อ ขายในกระดานขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) หุ้นขนาดใหญ่หลายตัว เช่น ซื้อหุ้น SCCF จำนวน 300,400 หุ้น ราคาเฉลี่ย 352.53 บาทต่อหุ้น มูลค่ารวม 105.90 ล้านบาท PTTEPF จำนวน 2,313,800 หุ้นมูลค่า 365.97 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 158.17 บาท และธนาคารกรุงเทพ (BBL) จำนวน 993,100 หุ้น มูลค่า 160.27 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 161.38 บาท







