posttoday
คลอดกองทุนดูดเด็ก-คนแก่ออมเงิน

คลอดกองทุนดูดเด็ก-คนแก่ออมเงิน

13 มกราคม 2554

 

รัฐบาลสมทบปีแรก6พันล้านช่วยคนนอกระบบ24ล้านคน

โพสต์ทูเดย์ — คลังทำคลอดกองทุนเงินออมแห่งชาติ เม.ย.นี้ อีก 1 ปี เปิดรับสมาชิกได้ ตั้งงบสมทบปีแรก 6,000 ล้านบาท สูงสุด 3 หมื่นล้าน

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการวิสามัญได้พิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติเสร็จแล้ว โดยเตรียมเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป

รมว.คลัง คาดว่า กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน เม.ย. หรือ พ.ค.นี้ และเริ่มเปิดให้สมาชิกคือแรงงานที่อยู่นอกระบบจำนวน 24 ล้านคน สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ในอีก 1 ปี หลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้

สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมี 4 ประเด็นที่สำคัญ คือ 1.เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงการออมผ่านกองทุนการออมแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นชอบให้ปรับเกณฑ์อายุขั้นต่ำจาก 20 ปี เป็น 15 ปี

2.เปิดโอกาสให้ผู้ใช้แรงงานอิสระที่ไม่ได้เป็นสมาชิกประกันสังคมได้รับสิทธิประโยชน์ในเรื่องสิทธิชราภาพ จากที่กำหนดให้ผู้ที่จ่ายเงินสมทบ 70 บาท จะได้สิทธิคุ้มครอง 2 กรณี คือ ทุพพลภาพและการขาดรายได้จากการเจ็บป่วย

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้สมาชิกผู้ที่อยู่ในบัญชี กอช.ตอนที่มีอาชีพอิสระยังคงได้รับสิทธิ กอช.ต่อ ในกรณีที่ต่อมามีอาชีพชัดเจนและได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมแล้วก็ยังสามารถออมเงินผ่าน กอช.ได้ และรับสิทธิการคุ้มครองต่อไปได้ โดยที่รัฐบาลจะไม่ส่งเงินสมทบให้

ประการสุดท้าย เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่ต้องการออมเงินผ่าน กอช. สามารถเป็นสมาชิกได้ถึง 10 ปี กล่าวคือ ถ้าเข้าโครงการตอนอายุ 65 ปี ก็จะเป็นสมาชิกได้จนอายุ 75 ปี หรือกรณีที่ส่งเงินสมทบครบ 5 ปี และอายุมากแล้ว สามารถแจ้งขอหยุดเพื่อรับเงินปันผลรายปีได้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อขยายสิทธิให้เยาวชนตั้งแต่อายุ 15 ปี เข้าเป็นสมาชิก กอช.ได้ คาดว่าน่าจะมีคนเข้าโครงการนี้ทั้งหมด 5.2 ล้านราย และในปีแรกคาดว่าจะทยอยเข้าโครงการ 1 ล้านราย

สำหรับกรณีการขยายสิทธิให้ผู้สูงอายุเกินกว่า 60 ปี ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 4.4 ล้านคนนั้น คาดว่าในปีแรกจะมีแรงงานนอกระบบทยอยเข้าโครงการ 20% หรือเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านราย ส่งผลให้กระทรวงการ คลังต้องจัดเตรียมตั้งงบประมาณเพื่อรองรับการจ่ายเงินสมทบให้กับสมาชิก กอช. ที่คาดว่าจะเข้าสู่โครงการนี้ในปีงบประมาณ 2555 ไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท และหากมีคนเข้าโครงการครบ 100% คาดว่าจะรัฐต้องตั้งงบประมาณสมทบถึงปีละ 3 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ผลตอบแทนของสมาชิกที่เข้าโครงการนี้ ยืนยันว่าจะสูงกว่า การฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์แน่ เพราะมีการตั้งเป้าหมายว่า ผลตอบแทนจากการออมของสมาชิกน่าจะใกล้เคียงกับผลตอบแทนของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือประมาณปีละ 6%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี