
เงินบาทอ่อน ดันส่งออกข้าวไทย ปี66 แตะ 8 ล้านตัน
“จุรินทร์”คาดปี 2566 ไทยส่งออกข้าวทะลุ 8 ล้านตัน หลังเงินบาทอ่อนค่า และประเทศคู่แข่ง อินเดีย เวียดนามชะลอส่งออก ทำให้ความต้องการข้าวไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ประจำปี 2565 ครั้งที่ 40 และการประกวดข้าวถุงคุณภาพดี ประจำปี 2565 ว่า สถานการณ์ราคาข้าววันนี้ดีขึ้นเป็นลำดับ และถ้าวันไหนราคาข้าวตกต่ำ รัฐบาลนี้ก็ยังมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวชดเชยเงินส่วนต่างผ่านบัญชี ธ.ก.ส.โดยตรง ให้มีรายได้ตามที่ประกันไว้ โดย 4 ปี ที่ผ่านมาจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกรไปแล้วถึง 180,000 ล้านบาท ช่วยเติมเงินเข้ากระเป๋าเกษตรกร มีครอบครัวได้เงินส่วนต่างสูงสุดถึง 76,600 บาท และมีเงินอีกก้อนคือไร่ละพัน ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน อีกก้อนเข้ากระเป๋าชาวนา
สำหรับข้าวหอมมะลิ เป็นข้าวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ปีที่แล้วส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 18% 1.25 ล้านตัน รวมข้าวทุกชนิดปี 64 ส่งออกทั้งปี 6.3 ล้านตัน ปี 65 รวมข้าวทุกชนิดส่งออก 7.7 ล้านตัน เป็นที่ 2 ของโลก ที่ 1 อินเดีย แซงเวียดนามมาเป็นที่ 2
โดยคาดการณ์ว่าปี 66 การส่งออกข้าวจะเกิน 8 ล้านตัน โดยมีปัจจัยบวกมาจากความต้องการข้าวไทยในตลาดโลกโดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางเริ่มมีคำสั่งซื้อข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอีกหลายตลาดทั่วโลก ประกอบกับในช่วงนี้ค่าเงินบาทไทยถือว่ามีเสถียรภาพทำให้ราคาข้าวไทยยังสามารถแข่งขันกับประเทศคู่ค้าได้ และที่สำคัญขณะนี้ประเทศอินเดียและเวียดนามชะลอการส่งออกข้าว จึงทำให้ความต้องการข้าวไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สิ่งที่เกษตรกรทั่วประเทศจะต้องรักษาไว้ก็คือคุณภาพข้าวไทยจะต้องดูแลรักษาให้ดีเลิศ แม้ว่าในปีที่ผ่านมาการประกวดข้าวโลกไทยจะแพ้ข้าวหอมกัมพูชา แต่ไม่ไดเหมายความว่าข้าวไทยไม่มีคุณภาพ เพราะหากเปรียบเทียบข้าวไทยยังเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ซึ่งในการส่งข้าวแต่ละชนิดเข้าประกวดในเวทีข้าวโลกเกินกว่าครึ่งข้าวไทยได้รับเสียงงตอบรับที่ดีมาก จึงอยากให้เกษตรกรควรรักษาคุณภาพข้าวไทยให้ดีตลอดไป
สำหรับโครงการประกันรายได้ยางพารา ปี 4 นั้น ตนได้เร่งรัดเสนองบประมาณกว่า 7,000 ล้าน ไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว หากว่าครม.อนุมัติก็จะมีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างย้อนหลังให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราตั้งแต่เดือนต.ค.65 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากจากราคายางต่ำกว่าราคาประกัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากความต้องการผลิตภัณฑ์ยางลดลง







