
แนะกองสลาก เพิ่มจำนวนสลาก ผู้ซื้อกำหนดเลขเองได้ ตัดการรวมชุดต้นตอเกินราคา
ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล ฟังธง การรวมชุด ต้นตอ ปัญหาสลากเกินราคา แนะกองสำนักงานสลากฯ ตัดวงจรให้ถูกจุด ต้องผลิตจำนวนให้เพียงพอกับความต้องการ และสามารถกำหนดเลขเองได้ทั้ง 6 หลัก หนุนขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ช่วยลดต้นทุน ไม่เป็นภาระของผู้ขายหากขายไม่หมด
ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวถึงกรณี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมออกสลากผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ สลาก 6 หลัก (L6) และสลากเลข 3 หลัก (N3) เพื่อแก้ไขปัญหาขายสลากเกินราคา 80 บาท โดยตั้งเป้าจำหน่ายภายในปีนี้ ว่า แม้จะมีสลาก 6 หลักออกมาจำหน่าย แต่เชื่อว่าราคาสลากไม่ลดลงมาอยู่ในราคา 80 บาทต่อฉบับได้ เพราะตัวเลขสลากที่ออกมาจำหน่ายยังมีอยู่อย่างจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการ เห็นได้จากการขายผ่านแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง ที่พบว่า มีการซื้อสลากดิจิทัล เพื่อนำไปต่อขายแบบรวมชุด
“ ตราบใดที่สำนักงานกองสลากฯ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการรวมชุดสลากได้ การสลากเกินราคาก็ยังมีอยู่ สะท้อนได้จากการขายผ่านแอปเป๋าตัง จะเห็นว่า มีสลากที่นำออกขายจำนวน 10 ล้านฉบับ แต่มีคนซื้ออยู่ประมาณ 1 ล้านคน เท่ากับเฉลี่ยซื้อไปคนละ 10 ฉบับ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีคนจำนวนไม่น้อยที่ซื้อมากกว่า 10 ฉบับ เพราะซื้อไปเพื่อรวมชุด เพื่อนำไปขายต่อ เช่น นำไปขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เอกชนต่างๆ ดังนั้นเมื่อยังมีการรวมชุด ราคาสลากก็จะสูงกว่า 80 บาท ผลลัพธ์ของปัญหาก็ไม่เปลี่ยนแปลง ”
เช่นเดียวกับ สลาก 2-3 ตัว ที่มีลักษณะคล้ายกับหวยใต้ดิน เชื่อว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาขายสลากเกินราคา 80 บาทได้ เพราะเป็นคนละผลิตภัณฑ์กัน กับรูปแบบสลากที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ช่วยแก้ปัญหาคนไทยเล่นหวยใต้ลดน้อยลงได้ แต่เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ขณะที่จำนวนเจ้ามือหวยใต้ดินไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป ในทางกลับกันจะทำให้ธุรกิจหวยใต้ดินแข็งแกร่งขึ้นด้วย
“ ยกตัวอย่าง หากเราต้องการซื้อเลข 00 ที่ปัจจุบันสลากมีการจำกัดจำนวน ส่วนหวยใต้ดินอาจมีการอั้น คือ เมื่อถูกรางวัลจะจ่ายเพียงครึ่งเดียว ต่อไปเมื่อสลาก 2-3 หลัก ออกมาจำหน่าย เจ้ามือหวยใต้ดินก็จะรับซื้อทั้งหมดไว้ก่อน เช่น รับซื้อมาจำนวน 1 ล้านบาท อาจใช้วิธีแบ่งเก็บไว้เองเพียง 5 แสนบาท ส่วนที่เหลืออีก 5 แสน ก็จะถ่ายออกไปยังที่แหล่งขายสลากที่ถูกกม. เพื่อลดความเสี่ยงหากสลากนั้นถูกรางวัล ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างโอกาสให้เขาได้อีกทาง สุดท้ายเมื่อถามว่า คนจะกลับมาเล่นหวยบนดินเพิ่มขึ้นมั้ย ก็เพิ่มขึ้นได้ระดับหนึ่ง แต่คนก็ยังเล่นใต้ตินอยู่ เพราะเชื่อได้แบบงวดชนงวด แถมมี%ส่วนลด ”
ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล ยังระบุด้วยว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาสลากขายเกินราคา นอกจากการทำไม่ให้เกิดการรวมชุดแล้ว คือ ต้องทำให้สลากในระบบมีเพียงพอกับความต้องการ ให้ผู้ซื้อสามารถกำหนดเลขสลากเองได้มากถึง 6 หลัก โดยไม่จำกัดจำนวน ทำให้ทุกคนมีสิทธิ์ได้เลขเดียวกันตามที่ต้องการ ซึ่งหมายถึงการขายผ่านระบบออนไลน์ ส่วนเรื่องรางวัลที่จะได้ก็จะเฉลี่ยกันไป อาทิ เมื่อมีคนถูกรางวัลเลข 000 มากในงวดนั้น ก็จะได้ส่วนแบ่งรางวัลน้อย แต่ถ้างวดนั้นมีคนซื้อเลข 000 น้อยก็จะได้ส่วนแบ่งรางวัลมาก ดังนั้นเมื่อสามารถเลือกเลขเองได้ในทุกจำนวนหลัก การรวมชุดก็จะไม่มีความหมาย คนซื้อจะไปซื้อเลขรวมชุดทำไม เพราะมีราคาแพงกว่ามาก
นอกจากนี้ สลากดิจิทัล ยังมีข้อดีอยู่มาก เช่น ลดต้นทุนกระดาษ น้ำหมึกพิมพ์ ตรวจสอบได้ง่าย และไม่เป็นการขายขาด ไม่เป็นภาระของผู้ขายรายย่อยด้วยกรณีหากขายสลากไม่หมด ขายได้เท่าไรก็ได้รับเงินมาเท่านั้น
ส่วนที่มีข้อเสนอให้ สำนักงานกองสลากฯ การลดเงินนำส่งเงินเข้ารัฐ และนำเงินส่วนนี้มาลดส่วนต่างให้กับตัวแทน เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้นเพื่อให้สามารถขายในราคา 80 บาทได้ นั้น ยังไม่ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด เพราะถ้าเอาส่วนนี้ไปลดให้ผู้ค้ารายหลักแทน เชื่อว่าผู้ค้าก็เอาไปทำกำไรต่อยอดต่อไปอีกแน่นอน กำไรก็มากขึ้นอีก จึงไม่ใช่ทางแก้ที่ถูกทางที่ต้อง
นอกจากนี้ ยังทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาล ส่วนแนวทางที่สำนักงานกองสลากฯ เดินหน้าตัดสิทธิ ตัวแทนจำหน่ายและผู้ซื้อจองล่วงหน้าฯ ที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา และ หลักเกณฑ์ที่สำนักงานกองสลากฯ กำหนด โดยมีการนำสลาก ไปขายช่วงต่อหรือขายเกินราคา นั้น มองว่า การตัดสิทธิ์ถือเป็นบทลงโทษ สำหรับผู้ที่ได้โคต้าสลากมาแล้วนำไปขายช่วงต่อ หรือขายเกินราคา โดยไม่ได้ขายสู่มือผู้บริโภคโดยตรง แต่เชื่อว่าผู้ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้จริงๆ คือ ผู้ค้ารายย่อย การตัดสิทธิ์เป็นเพียงเปลี่ยนตัวผู้ขาย จากนาย ก. เป็นนายข. เท่านั้น ปัญหาก็ไม่จบ เพราะผู้ค้าคนใหม่ก็จะเกิดขึ้น และทุกคนคิดว่า ทำไมต้องเดินขาย ถ้ามีที่รับซื้อง่ายๆ เพื่อให้ได้กำไร 5 พันบาท โดยไม่มีความเสี่ยงที่จะขายไม่หมด ดังนั้นหัวใจในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือการแก้การร่วมชุด
สำหรับสลาก L6 จะมีสลาก 2 แบบ คือ
1.สลากแบบใบ เป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล คล้ายรูปแบบเดิม ที่มีการพิมพ์ออกมาเป็นใบ โดยมีการพิมพ์หมายเลขสลากกำกับไว้บนใบสลาก
2. สลากแบบดิจิทัล เป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีการกำหนดหมายเลขสลากกำกับไว้ในระบบดิจิทัล ออกจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัล หรือ แอฟเป๋าตัง
ทั้งนี้ L6 หรือ 6 หลัก จำหน่ายในราคา 80 บาท เป็นแบบสลากไม่สมทบเงินรางวัล หากการออกรางวัลในงวดใด ไม่มีผู้มีสิทธิเรียกร้องเงินรางวัล และไม่ได้นำไปสมทบเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลในงวดถัดไป ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
วิธีการเลือกสลาก
เลือกสลาก 1 หมายเลขต่อ ฉบับ/รายการ ประกอบด้วย หมายเลข 6 หลัก ตั้งแต่ 000000-999999 ที่ปรากฎอยู่บนใบสลากหรือบนระบบดิจิทัล ต่อ 1 ฉบับ/รายการ
ส่วน สลาก 3 หลัก จำหน่ายราคา 50 บาท เป็นแบบสลากสะสมเงินราวัล ลักษณะคล้ายหวยใต้ดิน โดยมีทั้ง 3 ตัวตรง, 3 ตัวโต๊ดสลับ , 2 ตัว เเละรางวัลพิเศษ ไม่มีกำหนดหมายเลขสลากกำกับไว้ในระบบดิจิทัล ผู้ซื้อสามารถเลือกหมายเลขที่ตนเองต้องการได้ทุกหมายเลข ตั้งแต่ 000 – 999 ออกจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัล โดยตัวแทนจะเป็นผู้จดเลข แล้วนำส่งผ่านการกรอบกู้มูลเข้าระบบสำนักกองสลากฯ โดย เงินรางวัลร้อยละ 60 ของยอดการจำหน่ายจะกันไว้ตามกม.







