
หุ้น-บาทคลายกังวลยุโรป
หุ้นค่าเงินบาท คลายความตกใจปัญหายุโรป หลังญี่ปุ่นประกาศช่วยเต็มที่ ต่างชาติทิ้งหุ้นหนัก 2 วันขายเฉียดหมื่นล้าน โยกลุยตราสารหนี้กว่าหมื่นล้าน
หุ้นค่าเงินบาท คลายความตกใจปัญหายุโรป หลังญี่ปุ่นประกาศช่วยเต็มที่ ต่างชาติทิ้งหุ้นหนัก 2 วันขายเฉียดหมื่นล้าน โยกลุยตราสารหนี้กว่าหมื่นล้าน
ตลาดหุ้นไทยและค่าเงินบาทผันผวนสูง เมื่อเช้าวันที่ 11 ม.ค. ค่าเงินบาทอ่อนลงไปกว่า 30.80 บาท แต่ภาคบ่ายกลับมาแข็งแถว 30.53 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับปิดที่ 30.70 บาทวันก่อน ส่วนดัชนีหุ้นระหว่างวันสวิงแรง 10.51 จุด ลงไปต่ำสุด 9.79 จุด แล้วดีดขึ้นมาเขียวเล็กน้อยก่อนมาปิดที่ 1,013.39 จุด ติดลบ 4.64 จุด มูลค่าการซื้อขายปานกลาง 34,406 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังขายหุ้นไทยอีก 3,898 ล้านบาท รวม 2 วันขายทั้งสิ้น 9,150 ล้านบาท กดดัชนีรูดรวมกว่า 22 จุด แต่นักลงทุนต่างชาติกลับซื้อตราสารหนี้ไทยสุทธิ 10,343 ล้านบาท
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้น ขณะที่ทิศทางการอ่อนค่าของเงินยูโรชะลอลง เนื่องจากญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จะเข้าซื้อพันธบัตรที่ออกโดยกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรปที่มีกำหนดการเสนอขายในเดือนนี้
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ประเทศมหาอำนาจ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และธนาคารยุโรป ประกาศจะช่วยกันซื้อพันธบัตรของกลุ่มประเทศยุโรป คาดว่าจะสามารถลดความกังวลปัญหาหนี้ของสเปน โปตุเกสและอิตาลีได้ ทำให้วิกฤตการณ์ในยุโรปไม่เกิดขึ้น ส่งผลดีต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่นหุ้นอีกครั้ง แต่ต่างชาติยังขายหุ้นในกลุ่มประเทศ TIPs ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ลดลง ขณะที่ตลาดในเอเชียหลายแห่งดีดขึ้นได้แล้ว
ขณะที่แรงซื้อของต่างชาติเข้าตราสารหนี้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเข้ามาดักผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 12 ม.ค. ซึ่งคาดว่าจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตร (R/P) อยู่ที่ 2.25%
“นักลงทุนในประเทศยังคงให้ความสนใจซื้อหุ้นตัวใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัว ปตท. (PTT) สู้กับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ เพราะเห็นว่าราคาปรับตัวลงมามาก นับว่าถูกมากเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน” แหล่งข่าวเปิดเผย
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) ระบุว่า เงินทุนต่างประเทศไหลออกเร็วกว่าที่คาดไว้หลังจากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในงวดไตรมาส 2 หรือครึ่งปีหลังของปี
ทั้งนี้ ตลอดปี 2553 มีเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยทั้งในส่วนของตลาดตราสารหนี้ที่เข้ามา 3.2 แสนล้านบาท และเมื่อรวมเข้ากับตลาดหุ้นอีก 8.17 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าตลาดทุน 4 แสนล้านบาท หรือประมาณ 42% ของเงินทุนที่ไหลเข้ามาในประเทศไทยทั้งหมด และอาจจะเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทในระยะสั้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัว แม้ค่อยเป็นค่อยไปก็จะมีผลต่อการลงทุนในไทย







