
แอลจีลั่นคว่ำแอร์มิตซูฯ
ทุ่ม520ล.อัดกิจกรรมทุกด้าน หวังกินแชร์22%ครองเบอร์1
โพสต์ทูเดย์
— แอลจี ทุ่ม 520 ล้านบาท ดันยอดขายแอร์บ้านขึ้นอันดับ 1 หวังแชร์ 4% เบียดมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ตกแชมป์ พร้อมตั้งเป้าขึ้นเบอร์ 1 อีก 2 ตลาด คาดปีนี้ฟันยอดขาย 2 หมื่นล้านบาทนายชิน ฮัก (เจฟ) แช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์แอลจี เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมีแผนผลักดันยอดขายเครื่องปรับอากาศแอลจีให้มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มอีก 4% เป็น 22% เพื่อขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาด จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 18% โดยผู้นำตลาดปัจจุบัน คือ แบรนด์มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มีส่วนแบ่งตลาด 21% ดังนั้นบริษัทจึงตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอีก 4% เพื่อขึ้นเป็นผู้นำตลาดแทน
ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้งบส่งเสริมตลาดกว่า 520 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่ใช้งบทำตลาดทั้งปี 400 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมทางการตลาดแบบครบวงจร เช่น โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ออนไลน์มาร์เก็ตติง การปรับปรุงดิสเพลย์หน้าร้าน โรดโชว์ พร้อมอบรมช่างติดตั้งเครื่องปรับอากาศทั่วประเทศ 2,000 คน เพื่อให้บริการติดตั้งอย่างถูกวิธี ซึ่งบริษัทได้แบ่งงบจำนวน 400 ล้านบาทจากงบทั้งหมด เพื่อส่งเสริมตลาดเครื่องปรับอากาศรุ่นอินเวอร์เตอร์ วี โฟร์ดี ที่เป็นสินค้าหลักในการทำตลาดในปีนี้
นอกจากนี้ ยังมีแผนขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอีก 2 กลุ่มสินค้า ได้แก่ ทีวีแอลซีดี และโทรศัพท์มือถือ จากปัจจุบันที่บริษัทเป็นผู้นำในตลาดเครื่องซักผ้า และโฮมเธียเตอร์แล้ว
สำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศบ้านในปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 9% หรือคิดเป็นปริมาณ 1.6 ล้านเครื่อง จาก 1.5 ล้านเครื่องในปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทตั้งเป้ายอดขายในแง่ปริมาณไว้ที่ 3.5 แสนเครื่อง จาก 2.7 แสนเครื่องในปีที่ผ่านมา
ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการในปีที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการเติบโตทางด้านยอดขายใกล้เคียงกับเป้าที่ตั้งไว้ 20% หรือ 1.8 หมื่นล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 15
–20% หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายจากเครื่องปรับอากาศ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 3,800 ล้านบาทนายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทชูเครื่องปรับอากาศ ประเภทอินเวอร์เตอร์เป็นเรือธงในการทำตลาด โดยมีเป้าหมายผลักดันให้สัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปีที่ผ่านมาที่มีสัดส่วนยอดขาย 12% จากยอดขายเครื่องปรับอากาศทั้งหมดของบริษัท ซึ่งคาดว่าปีนี้ตลาดรวมเครื่องปรับอากาศประเภทอินเวอร์เตอร์จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 15% จาก 10% ของตลาดรวม
นายชิน ฮัก กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อยในโครงการเร่งรัฐปฏิบัติการเพื่อคนไทยนั้น บริษัทเห็นว่าเป็นมาตรการที่ดี โดยเฉพาะมาตรการให้ใช้ไฟฟ้าฟรี 90 ยูนิต ที่หากผู้บริโภคใช้เครื่องปรับอากาศที่ประหยัดไฟก็สามารถช่วยประหยัดเงินได้ และจะส่งผลดีต่อตลาดเครื่องปรับอากาศประเภทประหยัดไฟด้วย







