
สรท. วอนรัฐลดค่าไฟต่ำลงอีก เพื่อพยุงผู้ประกอบการ ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
สรท. ลุ้นส่งออกรถยนต์ขยายตัว ดันส่งภาคการออกไทยไปต่อได้ ชี้ปี 66 เจอปัจจัยลบรุมเร้า วอนรัฐช่วยดูแลค่าไฟให้ลดลงอีก หวั่นไม่ซ้ำเติมภาคธุรกิจในช่วงเศรษฐกิจโลกชะลอ ขณะที่ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าผิดปกติ จนกดความได้เปรียบด้านค่าเงินลดลง
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวถึงทิศทางการส่งออกของไทยในปี 2566 กับโพสต์ทูเดย์ ว่า คาดการณ์การส่งออกของไทยในปี 2566 จะขยายตัวประมาณ 2-3% จากปี 2565 ขยายตัว 6.5% ขณะที่ การส่งออกในไตรมาส 4 ปีนี้ ยังคงติดลบอยู่ โดยเศรษฐกิจช่วงที่เหลือ ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์รอบด้านเป็นสำคัญว่าจะไปในทิศทางใด แต่สิ่งที่ต้องลุ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ คือ ปัญหาการขาดแคลนชิปเพื่อใช้ในการผลิตรถยนต์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ จะส่งผลต่อภาคการส่งออกยานยนต์ ดังนั้นหากช่วงที่เหลือของปีนี้ และปีหน้า ไม่มีแรงส่งจากอุตสาหกรรมรถยนต์ การส่งออกในระยะต่อไปของไทยอาจเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ทั้งนี้ มองว่า การส่งออกในปี 2566 มีปัจจัยเสี่ยงสูงรุมเร้าสูง เช่น
1.การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
2. เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง
3.ราคาน้ำมัน แม้ขณะนี้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังมีความผันผวนสูง
4.ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วอย่างผิดปกติ เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง คือ จากก่อนหน้าค่าเงินบาทเฉลี่ย 38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตอนนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าเฉลี่อยู่ที่ 34.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงปัจจุบัน พบว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเฉลี่ย 5% ขณะเทียบกับประเทศคู่แข่ง เช่น จีน อินโดนีเชีย และอินเดีย ค่าเงินอ่อนค่าเฉลี่ย 10% ซึ่งมีผลต่อศักยภาพด้านการแข่งขันของไทยหายไป 5% ทำให้การได้เปรียบเรื่องค่าเงินของไทยลดลง เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง
สำหรับ ปัจจัยบวก ยังคงต้องติดตามการเปิดประเทศอย่างเป็นรูปแบบของจีน หากเปิดประเทศเมื่อไรจะเป็นอานิสงส์ที่ดีกับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว เพราะตลาดจีนเป็นตลาดหลักสำคัญของไทย การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารที่ภาพรวมยังไปได้ดี
พร้อมกันนี้ ประธาน สทร.เสนอให้ผู้ส่งออกปรับตัวรับกับภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว คือ มาตรการ 2 ลด 2 เพิ่ม ได้แก่
1.การลดต้นทุนการผลิต เช่น การประหยัดพลังงาน
2.ลดสินค้าคงคลัง สั่งสต๊อกสินค้าเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินที่ผันผวน
3.เพิ่มตลาดใหม่ๆ เช่น ตลาดตะวันออกกลาง CLMV ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยเฉพาะเวียดนาม และเอเชียใต้
4.เพิ่มสภาพล่อง เนื่องจากประเมินว่า ในช่วงต้นปี 2566 จะเกิดสภาวะสภาพคล่องขาดแคลน
พร้อมกันนี้ ประธาน สทร. เรียกร้องไปยังภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแลค่าไฟให้อยู่ในระดับที่ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันได้ เมื่อเทียบกับผู้ส่งออกในภูมิภาคเดียวกัน แม้ว่าการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา จะมีมติปรับลดค่า Ft ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 35.52 สตางค์ เหลือจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตรา 5.33 บาทต่อหน่วย จากเดิม 5.69 บาทต่อหน่อย (รอบบิล ม.ค. - เม.ย. 2566) แล้วก้ตาม หากเป็นไปได้ยังต้องการให้ภาครัฐช่วยดูแลค่าไฟให้ลดลงอีก เพื่อไม่ให้ต้นทุนจากค่าไฟ เป็นปัจจัยซ้ำเติมธุรกิจ ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว เพราะค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนของธุรกิจมากถึง 15-25% ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม







