posttoday
10 เรื่องต้องรู้ ปัญหาการถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2022  ตามบันทึกข้อตกลงของกสทช.

10 เรื่องต้องรู้ ปัญหาการถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2022 ตามบันทึกข้อตกลงของกสทช.

07 ธันวาคม 2565

นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีต กรรมการ กสทช. สรุป 10 เหตุการณ์ความอลหม่านของปัญหาการถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2022 ตามบันทึกข้อตกลง สุดท้ายต้องจบที่ศาล และควรเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

10 เรื่องต้องรู้ ปัญหาการถ่ายทอดฟุตบอลโลก ตามบันทึกข้อตกลง
โดย : นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีต กรรมการ กสทช.

 

1. กสทช. มีมติอนุมัติเงินสนับสนุนเพื่อให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดย กกท. และ สำนักงาน กสทช. ได้ทำบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและคนด้อยโอกาสสามารถรับชมการถ่ายทอดสด และเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. สามารถถ่ายทอดสดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดย กกท. ตกลงยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตได้สิทธิแพร่ภาพแพร่เสียงโดยให้มีการออกอากาศผ่านผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช.

 

2. หาก กกท. ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงได้ สำนักงาน กสทช. สงวนสิทธิในการยกเลิกการสนับสนุนหรือเรียกคืนเงินที่ได้สนับสนุนไปแล้ว โดย กกท. ต้องคืนเงินใน 15 วัน

 

3. กกท. ได้จัดทำบันทีกข้อตกลงกับเอกชน เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2565 เนื้อหาของบันทึกข้อตกลงเป็นความลับ แต่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนว่า กกท. รับรองกับเอกชนว่า กสทช. ได้แจ้งมิให้ผู้รับใบอนุญาตเผยแพร่การแข่งขันผ่านระบบ IPTV ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบ OTT แล้ว และ กกท. รับรองว่าจะดำเนินการไม่ให้มีการนำสัญญาณไปออกอากาศในช่องทางดังกล่าว
 

 

4. ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิของเอกชนที่ให้การสนับสนุนรายนี้ กกท. ตกลงที่จะคืนเงินทั้งหมดทันที

 

5. แต่ปรากฏหลักฐานตามหนังสือที่ กกท. แจ้งเอกชนเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2565 ว่า กกท. ได้หารือเรื่องการปิดสัญญาณการถ่ายทอดผ่านระบบ IPTV ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบ OTT กับสำนักงาน กสทช. แล้ว และสำนักงาน กสทช. มีหนังสือตอบกลับเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2565 ซึ่งเป็นวันหลังจากวันทำบันทึกข้อตกลงกับเอกชนซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2565

 

แต่ทำไมในบันทึกข้อตกลงกับเอกชนกลับอ้างว่า กสทช. ได้แจ้งมิให้มีการเผยแพร่การแข่งขันผ่านระบบต่างๆ แล้ว อย่างไรก็ตาม ในหนังสือที่ กกท. แจ้งเอกชน มีการระบุว่า หากบันทึกข้อตกลงกับเอกชน ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย หลักเกณฑ์และบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช. กกท. ก็ไม่อาจดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงกับเอกชนได้

 

6. ที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2565 มีความเห็นว่า กรณีการแจ้งผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เผยแพร่รายการของกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (Must Carry) ไม่รวมถึง IPTV เป็นการขัดต่อประกาศที่ต้องการให้ออกอากาศผ่านทุกช่องทาง
 

 

7. สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้ง กกท. เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 ว่า ตามบันทึกข้อตกลงที่ กกท. ทำกับสำนักงาน กสทช. มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาชนทั่วไปและคนด้อยโอกาสสามารถรับชมการถ่ายทอดสด และเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. สามารถถ่ายทอดสดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ปัจจุบัน กกท. ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขและปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลง รวมทั้งต้องดำเนินการให้ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิกสามารถออกอากาศการถ่ายทอดสดตามหลัก Must Carry ได้โดยทันทีนับแต่วันรับหนังสือนี้ หากไม่สามารถแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องได้ กกท. มีหน้าที่ต้องคืนเงินสนับสนุน

 

8. ความสับสนเกิดจากการที่ กกท. อ้างคำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาว่าเกิดจากการใช้สิทธิของเอกชนผู้รับสิทธิ เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติตามเงื่อนไขในบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช. แต่อย่างใด

 

9. แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ประเด็นคำถามสำคัญคือ การยกสิทธิให้เอกชนตามบันทีกข้อตกลงกับ กกท. นั้น เป็นเหตุให้การดำเนินการขัดกับวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช. หรือไม่ หากขัดกับวัตถุประสงค์ของบันทีกข้อตกลงจริง สำนักงาน กสทช. ก็มีสิทธิเรียกเงินสนับสนุนคืน และ กกท . ก็มีหน้าที่ต้องคืนเงินใน 15 วัน โดยไม่เกี่ยวกับคำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาแต่อย่างใด

 

10. หาก กกท. ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงและไม่คืนเงิน เป็นไปได้ว่าอาจจะมีฟ้องคดีตามมา และการขอรับการสนับสนุนการถ่ายทอดสดรายการกีฬาสำคัญในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น กีฬาโอลิมปิกส์ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ คงเป็นสิ่งที่ กสทช. สมควรจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงความสามารถในการปฏิบัติตามข้อตกลงของผู้ขอรับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล