
ผู้นำเอเปค ขานรับ เป้าหมายกรุงเทพฯ ชี้เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืน
รัฐมนตรีเอเปค หนุนร่าง เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG หนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมโลก ชี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว
เมื่อวันที่ 17พ.ย.65 ในการประชุมรัฐมนตรีเอเปคแบบเต็มคณะครั้งที่ 33 ซึ่งมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีประเด็นหารือเป็นเรื่องของการเติบโตอย่าง สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน ปรากฎว่า บรรดารัฐมนตรีของทุกเขตเศรษฐกิจที่เป็นสมาชิกเอเปค ต่างขานรับและให้การสนับสนุน ร่างเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ (Bangkok Goals ) ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy : BCG ) ที่ไทยในฐานะเจ้าภาพจัดประชุม ได้นำเสนอ
นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันแถลงสรุปการประชุมของ AMM ว่า รัฐมนตรีของทุกเขตเศรษฐกิจที่เป็นสมาชิกเอเปค ต่างเห็นชอบกับร่างเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นแนวคิดว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนเป็นมิตรต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโลก (โดย Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG นั้นหมายถึงโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) ซึ่ง ทุกเขตเศรษฐกิจมองว่า BCG เป็นประเด็นที่เหมาะสมจะขับเคลื่อนในช่วงเวลานี้ที่สุดแล้ว
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของร่างเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ ประกอบด้วย
1.การจัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศิ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
2.การค้าและการลงทุนที่ยั่งยืน
3.การบริหารจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
และ 4.การลดและบริหารจัดการของเสีย
ทั้งนี้ ที่ประชุมใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน และร่างเป้าหมายกรุงเทพฯ รัฐมนตรีเอเปคทุกท่านต่างชื่นชมและเห็นชอบ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะยื่นเสนอให้ที่ประชุมระดับผู้นำให้การเห็นชอบเป็นลำดับต่อไปในวันเสาร์ (19 พ.ย.) และระบุว่า การขับเคลื่อนเรื่องนี้ (เศรษฐกิจ BCG) ต่อไปในอนาคตไม่ใช่เรื่องง่าย และนี่ก็เป็นเพียงการเริ่มต้นก้าวแรก ยังจะต้องไปต่ออีกยาวไกล
สำหรับในการภาคบ่ายจะเป็นการหารือว่าด้วยเรื่องการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้างและยั่งยืน ซึ่งจะมีการพูดถึงเรื่องการขับเคลื่อนการค้า โดยเฉพาะประเด็นการค้าเสรี (FTA) ของเอเปค หรือ FTAAP ซึ่งหากเกิดขึ้นได้ก็จะเป็นความร่วมมือพหุภาคีที่สำคัญของโลก ซึ่งมูลค่า GDP รวมกันคิดเป็นสัดส่วน 61% ของทั้งโลก และมูลค่าการค้าระหว่างกัน มีสัดส่วน 48% ของการค้าโลก
สำหรับร่างปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Leaders' Declaration)และร่างแถลงการณ์ร่วมรัฐมนตรีเอเปคนั้น(APEC Ministers' Statement) ที่ประชุมรัฐมนตรีเอเปค กำลังอยู่ในขั้นของการหาฉันทามติกันอยู่ โดยไล่กันไปทีละข้อจากสิ่งที่การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสได้สรุปมาเรียบร้อยแล้ว และนำเสนอขึ้นมา จะเห็นว่าได้ใช้เวลาหารือกันยาวนาน เพราะเป็นร่างเอกสารที่มีเนื้อหาและรายละเอียดถึง 20 ย่อหน้า และ 49 ย่อหน้า ตามลำดับ
อธิบดีเชิดชายกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกคนเห็นไปในทิศทางเดียวกัน การตีความถ้อยคำในเนื้อหาร่างเอกสารเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยกตัวอย่างประเด็นยูเครน ภาษาที่ใช้ต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง แต่ก็หวังว่าจะได้ฉันทามติในร่างเอกสารเหล่านี้ในที่สุด







