
กล่อมสหรัฐลบชื่อไทย พ้นบัญชีละเมิดสินค้า
โพสต์ทูเดย์
— “อลงกรณ์” บินถกยูเอสทีอาร์เดือน ก.พ. ล็อบบี้สหรัฐลบชื่อไทยพ้นบัญชีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ต้นเดือน ก.พ. จะเป็นหัวหน้าคณะกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อหารือและชี้แจงกับคณะผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ผู้แทนรัฐสภาสหรัฐ รวมถึงภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ เพื่อผลักดันให้ปลดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) ตามกฎหมายการค้าพิเศษ มาตรา 301 หลังจากที่สหรัฐเปิดทบทวนสถานะนอกรอบให้กับไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา จากปกติที่จะทบทวนช่วงเดือน มี.ค. และประกาศผล เม.ย.
การทบทวนดังกล่าวไทยจะชี้แจงถึงการดูแลคุ้มครองทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่ผ่านมา เชื่อว่าสหรัฐจะเข้าใจ และปลดไทยออกจากพีดับเบิลยูแอลมาอยู่ในบัญชีจับตามอง (ดับเบิลยูแอล) ในปีนี้ได้ หากไทยหลุดพ้นจากบัญชีพีดับเบิลยูแอลจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนและปลอดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
สำหรับโดยปี 2553 มีการจับกุมรวม 4,095 คดี ยึดของกลางได้รวม 3.86 ล้านชิ้น จำนวนของกลางเฉลี่ย 943 ชิ้นต่อคดี เทียบปี 2552 มีการจับกุมลดลง 46.21% ยึดของกลางลดลง 27.38%
รมช.พาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะหารือกับภาคเอกชนสหรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และขยายการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐสูงขึ้น
++อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาการดูแลทรัพย์สินทางปัญญาถือว่าประสบผลสำเร็จภายใต้คณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือตำราเรียนเพื่อการส่งออก และซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจ รวมทั้งการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้คนใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย การดำเนินการปราบปรามสินค้าปลอมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
++นอกจากนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ไทยเป็นประเทศน่าลงทุน ยังได้มีการผลักดันให้ขยายบริการอำนวยความสะดวกการจดทะเบียนการค้า โดยปัจจุบันการจดทะเบียนการค้าจัดตั้งบริษัท ประชาชนสามารถยื่นจดทะเบียนการค้ากับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาลได้ทั้ง 7,776 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดเวลาดำเนินการจาก 4 วัน เหลือไม่เกิน 60 นาที







