
ความรู้-นวัตกรรมสร้างสรรค์ สูตรสำเร็จ เอสเอ็มอีไทยสู่ตลาดโลก
..พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
แม้จะมีความพยายามในการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีในประเทศไทย ให้สามารถแข่งกับผู้ประกอบการระดับโลกมากเพียงใด แต่หากมองในแง่ของความสำเร็จแล้ว ต้องยอมรับว่าความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในตลาดโลก ยังถือว่ามีอยู่น้อยมาก
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ของประเทศไทยนั้น เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่อ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง มีปัญหาเรื่องการเงิน และไม่ค่อยมีการพัฒนาด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งแตกต่างจากผู้ประกอบการรายย่อยในต่างประเทศ
นอกจากนี้ นโยบายการพัฒนาเอสเอ็มอีของประเทศไทย ยังเน้นไปที่การพัฒนาเอสเอ็มอีที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีรายงานว่า ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นวัตกรรมใหม่ๆ และการจ้างงานใหม่ๆ ล้วนแล้วแต่มาจากเอสเอ็มอีเกิดใหม่ ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปีทั้งสิ้น
“
โดยภาพรวมแล้ว ผมมองว่าถ้าต้องการพัฒนาเศรษฐกิจ จะต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเอสเอ็มอีที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งต้องไปเน้นการปรับที่ระบบการศึกษา ที่ต้องพัฒนาให้ผู้เรียน พร้อมที่จะออกมาดำเนินธุรกิจใหม่ได้ทันที โดยที่รัฐบาลต้องมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน” สมคิด เสนอแนะประเทศไทยต้องเดินหน้านโยบายหลักที่ชัดเจน 2 ด้านควบคู่กันไป เรื่องแรกก็คือ การผลักดันให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่ผลักดันโดยนวัตกรรม (InnovationDriven Economy) เพื่อเข้ามาทดแทนระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายเริ่มมองข้าม
ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีน ที่แม้จะได้เปรียบการแข่งขันเชิงต้นทุนอย่างมาก แต่ก็พยายามที่จะปรับตัวเพื่อเข้ามาแข่งขันในเชิงนวัตกรรม ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี ที่จีนพัฒนาการแข่งขันทางด้านต้นทุนมาโดยตลอด
นอกจากนี้ มีการเตือนประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐให้กลับมาสู่เส้นทางการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ เหมือนกับที่เคยทำมาในอดีต ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า หากสหรัฐต้องการกลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง จะต้องตัดงบ ประมาณที่ไม่จำเป็น แล้วมาทุ่มกับการศึกษาและการสร้างสรรค์ผู้ประกอบการที่จะนำมาพัฒนาประเทศ
“
ผมมองไม่ออกว่า อีก 10 ปีประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เรื่องต้นทุนเราก็สู้ไม่ได้ นวัตกรรมก็สู้ไม่ได้ นโยบายด้านเทคโนโลยีหรือการศึกษาก็ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ทุกวันนี้เรากระตุ้นเศรษฐกิจทุกวัน โดยไม่ได้มองไปถึงอนาคตข้างหน้าเท่าไร” สมคิด เตือนเรื่องที่ 2 ก็คือ การเดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเหล่านี้ ซึ่งหากมีการพัฒนานวัตกรรมซึ่งถือเป็นหัวใจของระบบทุนนิยม แต่ไม่พัฒนาผู้ใช้งานขึ้นมา ก็จะไม่สามารถทำให้ประเทศก้าวหน้าไปได้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะเป็นผู้คิดและนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ เปลี่ยนของที่ไม่มีค่าให้มีค่าขึ้นมา ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจบนรากฐานของผู้ประกอบการ อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศในท้ายที่สุด
“
ในตลาดโลกมีความพยายามอย่างมากที่จะสร้าง Innovative SMEs หรือผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการทำงาน รู้จักกับตลาดโลก ไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนจำนวนมาก แต่สามารถสร้างธุรกิจได้ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างมาก” สมคิด กล่าวเพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานบริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า แนวโน้มของนักศึกษารุ่นใหม่ที่จบออกไป มีแนวโน้มต้องการทำธุรกิจส่วนตัวมากกว่าการเป็นพนักงานบริษัท ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมด้วยการเปิดสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการเชิงสร้างสรรค์ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ได้ร่วมมือแบ็บสัน คอลลาจ (Babson College) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ด้านการสร้างผู้ประกอบการ 17 ปีซ้อน เพื่อก่อตั้งวิทยาลัยผู้ประกอบการ (School of Entrepreneurship) โดยคาดว่าจะสำเร็จภายใน 1 ปีนับจากนี้ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ความรู้ที่ตกผลึกเป็นความคิดสร้างสรรค์ นับเป็นกลจักรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ให้เพิ่มความสามรถในการแข่งขันระดับโลกต่อไปในอนาคต !!!







