posttoday
การประชุม 12 ม.ค. คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

การประชุม 12 ม.ค. คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

11 มกราคม 2554

...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ในวันที่ 12 ม.ค. 2554 คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) จะมีการประชุมรอบแรกของปีเพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน หรือทิศทางอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน ซึ่งอยู่ที่ 2% ในปัจจุบัน หลังจากที่ กนง.มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ใน 4 การประชุมครั้งหลังสุด 0.25% ต่อครั้ง รวม 0.75% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า กนง.คงจะมีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จาก 2% มาที่ 2.25% ในการประชุมวันที่ 12 ม.ค. 2554 ซึ่งนับเป็นการสานต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยจากระดับที่ค่อนข้างต่ำ สู่ระดับที่เป็นปกติและสอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น (Normalized) เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมเป็นหลัก โดยปัจจัยสนับสนุนการคาดการณ์ หรือมุมมองต่อน้ำหนักความเสี่ยงทั้งสองด้านหลัก คือ ความเสี่ยงด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ กนง.ใช้ประกอบการตัดสินใจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มุมมองเชิงบวกที่มีมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2554 (หลังการต่ออายุมาตรการภาษีสมัยอดีตประธานาธิบดีบุช รวมทั้งการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายอย่างมากผ่านอัตราดอกเบี้ยต่ำและมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE2) ประกอบกับเศรษฐกิจเอเชียที่นำโดยจีน ที่คาดว่าจะยังสามารถรักษาการขยายตัวในระดับสูงไว้ได้ แม้ด้วยอัตราการเติบโตที่ชะลอลงจากผลของการดำเนินนโยบายคุมเข้มเพื่อดูแลเสถียรภาพ น่าที่จะสนับสนุนให้การส่งออก ของไทยในปี 2554 ยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าอัตราการขยายตัวอาจลดต่ำลงจากอิทธิพลของฐานตัวเลขที่สูงในปีก่อน ในขณะเดียวกัน การดำเนินนโยบายการคลังผ่อนคลายต่อเนื่องของทางการไทย ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณขาดดุล โครงการไทยเข้มแข็งและนโยบายประชาวิวัฒน์ ตลอดจนนโยบายอัตราดอกเบี้ย ที่แม้จะเป็นแนวโน้มขาขึ้น แต่ก็ยังคงไม่ใช่นโยบายในเชิงคุมเข้ม ก็คาดว่าจะช่วยเกื้อหนุนให้การใช้จ่ายในประเทศในปี 2554 ยังคงมีแรงส่งของการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน

ในขณะที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงมีน้ำหนัก เนื่องจากคาดว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น อันเป็นผลจากทั้งการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงแรงส่งจากการขยายตัวของการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ กนง.ใช้เป็นเป้าหมายในการดำเนินนโยบายการเงิน (ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 0.53%) ยังมีแนวโน้มทยอยขยับขึ้นเข้าใกล้ 3% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2554

การส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ในที่สุดคงจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในระบบการเงิน ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ มีแนวโน้มปรับขึ้นในทิศทางที่สอดคล้องกัน เช่นเดียวกับในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 ที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากรวมประมาณ 0.8750.1% และขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 0.250.27% หลังจากที่ กนง.มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 0.75%

อย่างไรก็ดี ขนาดและจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ยังคงต้องขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ถึงแนวนโยบายของทางการในระยะถัดไป มุมมองต่อการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะในด้านการขยายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งความเข้มข้นของสภาวะการแข่งขันทั้งระหว่างธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเองและกับคู่แข่งในตลาดสินเชื่อและเงินฝากอื่นๆ เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ จากมุมมองในเชิงที่ค่อนข้างเป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการขยายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ เห็นได้จากการตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ในอัตราที่ใกล้เคียงกับปีก่อน กอปรกับการคาดการณ์ถึงวัฏจักรขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังไม่สิ้นสุดลงของตลาดการเงิน ตลอดจนภาวะการแข่งขันในตลาดสินเชื่อและเงินฝากที่ยังคงเข้มข้นเป็นระยะๆ ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ น่าที่จะทยอยเกิดขึ้นด้วยจังหวะเวลาที่ไม่ล่าช้าไปกว่าการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายเท่าไรนัก ถึงแม้ว่าระบบธนาคารพาณิชย์ไทยจะยังคงมีสภาพคล่องในระดับสูงประมาณ 2.21 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2553 ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท