
หุ้น10 ม.ค.ปิดร่วง 18.42 จุด
หุ้น10ม.ค.ปิดร่วง 18.42จุด ด้าน ผู้จัดการตลท.ชี้เป็นผลกระทบจากตปท.กังวลปัญหาหนี้ยุโรป-ตัวเลขจ้างงานสหรัฐไม่ดี-บาทอ่อนค่า
หุ้น10ม.ค.ปิดร่วง 18.42จุด ด้าน ผู้จัดการตลท.ชี้เป็นผลกระทบจากตปท.กังวลปัญหาหนี้ยุโรป-ตัวเลขจ้างงานสหรัฐไม่ดี-บาทอ่อนค่า
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 ม.ค. ตลอดทั้งวันดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ และไหลลึกไปถึง 28.67 จุด หรือที่ระดับ 1,007.78 จุด และแตะระดับสูงสุดได้ที่ 1,035.65 จุด ก่อนที่จะไต่ขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,018.03 จุด ลดลง 18.42 จุด หรือ 1.78 % มูลค่าการซื้อขาย 45,611 ล้านบาท
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงวันนี้ เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากนักลงทุนยังกังวัลหนี้สาธารณะในยุโรป และเริ่มมีความกังวลมากในประเทศโปรตุเกส นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการที่ตัวเลขการจ้างงงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ประกาศเมื่อคืนวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ออกมาไม่ดี ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เช่น ตลาดหุ้นอินโดนีเซียลดลงถึง 4.2%
“ขณะเดียวกันยังเป็นผลจากเงินบาทไทยที่อ่อนค่าลง จากระดับ 30.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็น 30.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าค่อนข้างแรง และทำให้นักลงทุนเริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงเริ่มเทขายสินทรัพย์ในตลาดหุ้นออกมา”นายจรัมพรกล่าว
ด้านนายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและกลยุทธ์บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ดัชนีปรับลงเป็นการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติที่ได้กำไรหลังเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นหลัก 3 ประเทศ คือ ไทย ฟิลลิปินส์ และอินโดนีเซียจากปีที่แล้ว แต่พอค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นต่างชาติจึงต้องขายสินทรัพย์หุ้นออกมา อีกทั้งการที่นักลงทุนไม่ไว้ใจต่อปัญหายุโรปโดยสัปดาห์นี้ต้องติดตามการขายพันธบัตรของกลุ่มประเทศยุโรปออกมาทั้งหมด 2 หมื่นล้านล้านยูโรว่าจะได้รับผลตอบรับอย่างไร
“ระยะสั้นหุ้นจะมีการปรับฐาน ดังนั้นนักลงทุนควรชะลอการลงทุนไว้ก่อนเพื่อรอดูค่าเงินยูโรและค่าเงินบาททรงตัวมากกว่านี้ โดยในระยะกลาง-ยาวก็ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยยังไม่ใช่ทิศทางขาลง แต่ตอนนี้ควรรอประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะวันที่ 12 ม.ค. แบงก์ชาติอาจมการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก”นายรักพงศ์กล่าว
ขณะที่พรุ่งนี้ (11ม.ค.) ประเมินดัชนีคาดว่าดัชนีจะทรงตัวมากกขึ้นหลังจากที 2 วันปรับลงมากเกือบ 40 จุดแล้ว ให้แนวรับที่ 1,005-1,007 จุด และแนวต้านที่ 1,025 จุด
ด้านหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ สูงสุดได้แก่
SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,112 ล้านบาท ปิดที่ 99.50 บาท ลดลง 3.00 บาท (-2.93%)
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,914 ล้านบาท ปิดที่ 6.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท (+9.52%)
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,659 ล้านบาท ปิดที่ 318.00 บาท ลดลง 4.00 บาท (-1.24%)
IVL มูลค่าการซื้อขาย 2,411 ล้านบาท ปิดที่ 48.25 บาท ลดลง 4.25 บาท (-8.10%)
TOP มูลค่าการซื้อขาย 2,401 ล้านบาท ปิดที่ 71.75 บาท ลดลง 1.50 บาท (-2.05%)







